Page 132 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 132

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                         120




                       จากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินภายใต้การจัดการดินโดยใช้วัสดุ

               อินทรีย์ต่างชนิดกันทั้งในสภาพพื้นที่ดอน และลุ่ม  โดยมุ่งเน้นศึกษาปัจจัยด้านประเภทหรือคุณภาพของ
               วัสดุอินทรีย์โดยพิจารณาจากองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกันที่หาได้ในระบบฟาร์มเกษตรและป่าไม้ใน
               ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยแสดงผลของอัตราการสลายตัวของวัสดุอินทรีย์ และการการปลดปล่อยก๊าช
               คาร์บอนไดออกไซด์ และปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน  ผลการศึกษาแสดงรายละเอียด ดังนี้


                    5.5.1 กรณีศึกษำในดินของชุดดินโครำช

                          1) การสลายตัวของวัสดุอินทรีย์ และการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์

                              จากการศึกษาพบว่า ซากถั่วลิสงเป็นซากที่มีคุณภาพสูงโดยมีปริมาณไนโตรเจนสูง ปริมาณ
               ลิกนินและโพลีฟีนอลต่ า (ตารางที่ 5.32) ส่วนซากใบพลวงร่วงเป็นซากที่มีคุณภาพต่ าเนื่องจากมีปริมาณ
               ไนโตรเจนต่ า ปริมาณลิกนินและโพลีฟีนอลสูง ในขณะที่ซากใบมะขามร่วงนั้นจัดอยู่ในคุณภาพปานกลาง

               ระหว่างซากถั่วลิสงและซากใบพลวง ทั้งนี้จะเห็นว่าฟางข้าวนั้นไม่จัดอยู่ในกลุ่มใดข้างต้น โดยฟางข้าวมี
               ปริมาณไนโตรเจน ลิกนิน และโพลีฟีนอลต่ า แต่มีปริมาณเซลลูโลสสูงถึงร้อยละ 51

               ตารางที่ 5.32 องค์ประกอบทางเคมีของวัสดุอินทรีย์ที่ใช้ในการศึกษา


                องค์ประกอบทางเคมีของวัสดุ        ซากถั่วลิสง    ใบมะขามร่วง     ฟางข้าว      ใบพลวงร่วง
                อินทรีย์                     (Arachis hypogaea)  (Tamarindus  (Oryza sativa)  (Dipterocarpus
                                                                  indica)                   tuberculatus)
                                  -1
                คาร์บอนทั้งหมด (g kg )             388              427           367           453
                                   -1
                ไนโตรเจนทั้งหมด (g kg )            22.8            13.6           4.7            5.7
                อัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน        17.1            31.5          78.4           79.5
                          -1
                ลิกนิน (g kg )                     67.6            87.7          28.7           175.5
                             -1
                โพลีฟีนอล (g kg )                  12.9            31.5           6.5           64.9
                อัตราส่วนลิกนินต่อไนโตรเจน          2.9             6.4           6.1           30.8
                อัตราส่วนโพลีฟีนอลต่อไนโตรเจน       0.6             2.3           1.4           11.4
                ผลรวมของลิกนินและโพลีฟีนอล          3.5             8.8           7.5           42.2
                ต่อไนโตรเจน
                            -1
                เซลลูโลส (g kg )                   178              143           507           306


                              จากผลการศึกษาพบว่า หลังการใส่วัสดุอินทรีย์ในดิน วัสดุอินทรีย์ทุกชนิดมีน้ าหนักลดลง
               อย่างรวดเร็วในช่วงแรกเห็นได้จากค่าอัตราการสลายตัวสูง (ภาพที่ 5.11) เมื่อสิ้นสุดการศึกษาสัปดาห์ที่
               52 พบว่า ใบพลวง ใบมะขาม ซากถั่วลิสงมีปริมาณน้ าหนักซากที่เหลือจากน้ าหนักเริ่มต้นเท่ากับร้อยละ
               37.5, 11.8 และ 2.2  ส่วนฟางข้าวไม่พบซากเหลืออยู่เลย และเมื่อพิจารณาถึงอัตราการสลายตัวของวัสดุ

               อินทรีย์ทั้ง 4 ชนิด สามารถแบ่งช่วงของการสลายตัวออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 เป็นช่วงที่มีอัตราการ
               สลายตัวสูง (k1) มีอัตราการสลายตัวอยู่ระหว่าง 0.633 ถึง 1.589 สัปดาห์  โดยเฉพาะฟางข้าว รองลงมา
                                                                            -1
               คือ ซากถั่วลิสง ใบมะขาม และใบพลวง  ส่วนช่วงที่ 2 มีอัตราการสลายตัวช้า (k2)  เมื่อเทียบกับช่วงแรก
               (k1) โดยฟางข้าวมีอัตราการสลายตัวเร็วสุด ส่วนใบพลวงมีอัตราการสลายตัวช้าสุด  นอกจากนี้ ยังพบว่า
   127   128   129   130   131   132   133   134   135   136   137