Page 127 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 127

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                             115




                   ใกล้เคียงกันระหว่างการใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชทั้ง 4 ประเภท  โดยดินที่ปลูกยางพารามีแนวโน้มสูง

                   กว่าดินที่ปลูกพืชอื่นๆ

                   ตารางที่ 5.30 ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินชุดดินโพนพิสัยที่ปลูกต้นพลวง ยางพารา อ้อย และ ข้าว


                        ความลึกดิน                        ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน (%)
                       (เซนติเมตร)       พลวง (n= 5)     ยางพารา (n= 7)      อ้อย (n= 2)     ข้าว (n= 14)

                         0 – 25          0.75 (+0.29*)     1.00 (+0.46)      0.85 (+0.20)    0.69 (+0.31)
                         25 – 70         0.13 (+0.07)      0.21 (+0.12)      0.17 (+0.08)    0.20 (+0.18)
                        70 – 100         0.13 (+0.04)      0.21 (+0.06)      0.14 (+0.03)    0.14 (+0.07)
                        100 – 150        0.12 (+0.04)      0.19 (+0.08)      0.11 (+0.04)    0.10 (+0.05)
                        150 – 180        0.11 (+0.04)      0.19 (+0.09)      0.12 (+0.03)    0.09 (+0.03)

                   * คือ ค่า standard deviation (SD)

                          ผลการศึกษานี้ ชี้ให้เห็นว่า ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินแตกต่างกันตามการใช้ประโยชน์ที่ดินใน
                   การปลูกพืชซึ่งให้ส่วนของเศษซากพืชสู่ดินท าให้มีอินทรีย์คาร์บอนสะสมในดินโดยเฉพาะดินบนที่ความลึก
                   0 - 25 เซนติเมตร  อย่างไรก็ตาม นอกจากปริมาณมวลชีวภาพเศษซากพืชที่ให้กับดินแล้ว ยังขึ้นกับ

                   องค์ประกอบทางเคมีของเศษซากพืชด้วย  เช่น ใบพลวง และอ้อย ประกอบด้วยสารต้านการสลายตัว
                   โดยเฉพาะลิกนินและโพลีฟีนอล  เมื่อร่วงสู่ดินอาจเกิดการย่อยสลายตัวได้ช้ามากส่งผลให้มีปริมาณอินทรีย์
                   คาร์บอนสะสมในดินต่ า โดยคาร์บอนถูกสะสมในส่วนของชิ้นส่วนที่ยังไม่สลายตัว  ในขณะที่ฟางข้าว แม้มี
                   อัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนสูง แต่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบสูง ท าให้สลายตัวได้ง่าย แต่ผล

                   พบว่า มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินต่ า ชี้ว่า ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนอาจสูญหายไปในรูปก๊าช
                   คาร์บอนไดออกไซด์ได้ (Puttaso et al., 2011) ส่วนดินที่ปลูกยางพาราเป็นระบบที่มีเศษซากพืชร่วงสู่ดิน
                   อย่างต่อเนื่องประกอบกับดินมีการรบกวนหน้าดินน้อยเมื่อเทียบกับการใช้ประโยชน์ที่ดินส าหรับพืชอื่นๆ จึง
                   ส่งผลให้ดินมีปริมาณการสะสมอินทรีย์คาร์บอนในดิน   ทั้งนี้ นอกจากปริมาณอินทรีย์คาร์บอนจะขึ้นอยู่กับ

                   ปริมาณและองค์ประกอบทางเคมีของเศษซากพืชแล้ว  ยังขึ้นอยู่กับสมบัติของดินโดยเฉพาะดินที่มีลูกรัง
                   ปะปนซึ่งมีปริมาตรของดินน้อยกว่าเมื่อเทียบกับดินทั่วไป ดินมีพื้นที่ผิวจ าเพาะในการเกาะยึดหรือรักษา
                   คาร์บอนไว้ในดินได้ต่ าส่งผลให้ความสามารถในการรองรับคาร์บอนในดินลดลง
   122   123   124   125   126   127   128   129   130   131   132