Page 133 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 133
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
121
อัตราการสลายตัวสูงในช่วงที่ 1 มีความสัมพันธ์ทางบวกกับปริมาณคาร์บอนที่เป็นองค์ประกอบในวัสดุ
อินทรีย์โดยเฉพาะส่วนเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ได้แก่ เซลลูโลส ที่สลายตัวได้ง่ายผ่านกิจกรรมจุลินทรีย์ดินเห็น
ได้จากปริมาณก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ปลดปล่อยสูงในช่วง 2 สัปดาห์แรก (ภาพที่ 5.12) นอกจากนี้ ยัง
พบว่า ฟางข้าวแม้มีอัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนกว้าง แต่มีอัตราการสลายตัวสูง ทั้งนี้ เนื่องจาก
คาร์บอนที่ท าให้อัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนกว้างเป็นคาร์บอนที่มาจากส่วนของเซลลูโลส ซึ่งมีอยู่
สูงในฟางข้าว (ร้อยละ 50.7) และเป็นสารประกอบคาร์บอนที่สลายตัวง่าย ดังสหสัมพันธ์ทางบวกกับอัตรา
การสลายตัว (r= 0.698*) ผลนี้ สะท้อนให้เห็นว่า อัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจนของซากพืชเพียง
ปัจจัยเดียวอาจไม่เพียงพอในการท านายอัตราการสลายตัวได้ โดยควรพิจารณาคาร์บอนในส่วนที่มาจาก
เซลลูโลสร่วมด้วย
-1
อัตราการสลายตัวในช่วงหลังลดลง (k2= 0.013 - 0.172 week ) และเกิดช้ากว่าเมื่อ
เทียบกับช่วงแรก ซึ่งแสดงว่าในช่วงหลังปริมาณคาร์บอนส่วนที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายลดลง คงเหลือแต่
คาร์บอนส่วนที่เปลี่ยนแปลงยากจ าพวกต้านทานการสลายตัว เช่น ลิกนิน และ โพลีฟีนอล ส่งผลให้ซากพืช
ที่มีปริมาณลิกนินและโพลีฟีนอลสูงมีอัตราการสลายตัวช้า เช่น ใบพลวง เมื่อเทียบกับซากพืชอื่นๆ อัตรา
การสลายตัวในช่วงนี้มีความสัมพันธ์และสอดคล้องกับปริมาณการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่
เกิดขึ้นในระดับต่ า จะเห็นได้ว่า องค์ประกอบทางเคมีของวัสดุอินทรีย์เช่น ปริมาณลิกนินและโพลีฟีนอลที่
มีอยู่สูงส่งผลให้ชะลออัตราการสลายตัวของวัสดุอินทรีย์โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายของการสลายตัว (Berg and
Ekbohm, 1991)
ภาพที่ 5.11 รูปแบบและอัตราการสลายตัวของ 1) ฟางข้าว 2) ซากถั่วลิสง 3) ใบพลวง และ 4) ใบมะขาม

