Page 123 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 123
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
111
ตารางที่ 5.28 ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินชุดดินบ้านไผ่ที่ปลูกมันส าปะหลัง อ้อย และ ยูคาลิปตัส
ความลึกดิน ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน (%)
(เซนติเมตร) มันส าปะหลัง (n= 9) อ้อย (n= 4) ยูคาลิปตัส (n= 2)
0 – 25 0.24 (+0.05*) 0.30 (+0.06) 0.48 (+0.09)
25 – 70 0.07 (+0.01) 0.07 (+0.01) 0.07 (+0.02)
70 – 100 0.11 (+0.01) 0.11 (+0.01) 0.10 (+0.01)
100 – 150 0.09 (+0.01) 0.09 (+0.02) 0.11 (+0.01)
150 – 180 0.09 (+0.02) 0.11 (+0.01) 0.10 (+0.02)
* คือ ค่า standard deviation (SD)
เมื่อพิจารณาปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินตลอดหน้าตัดดิน จะเห็นว่า ปริมาณอินทรีย์
คาร์บอนในดินที่ระดับความลึก 25 - 180 เซนติเมตร มีค่าใกล้เคียงกันในการใช้ประโยชน์ทุกประเภท
ในขณะที่ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินที่ระดับความลึก 0 - 25 เซนติเมตร มีค่าสูงสุดในทุกประเภทการ
ใช้ประโยชน์ที่ดิน และเป็นชั้นที่ได้รับเศษซากอินทรีย์จากการใช้ประโยชน์ที่ดินส่งผลให้ดินมีปริมาณ
อินทรีย์คาร์บอนสูงกว่าที่ความลึกอื่นๆ เห็นได้จากชั้นดินบนที่มีสีด าคล้ า (ภาพที่ 5.5) และพบสูงสุดในดิน
ที่ปลูกยูคาลิปตัส มีค่าเท่ากับร้อยละ 0.48 รองลงมาคือ ดินที่ปลูกอ้อย และมันส าปะหลัง มีปริมาณเท่ากับ
ร้อยละ 0.30 และ 0.24 ตามล าดับ จะเห็นว่า ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนแตกต่างกันตามชนิดพืชที่ปลูก
โดยเศษซากพืชส่วนเหลือจากการเก็บเกี่ยวพืชหรือใบไม้ที่ร่วงหล่นนั้นมีบทบาทต่อการเพิ่มปริมาณอินทรีย์
คาร์บอนในดินขึ้นอยู่กับปริมาณและองค์ประกอบทางเคมีของวัสดุอินทรีย์นั้นๆ (Puttaso et al., 2011)
ซึ่งมันส าปะหลังเป็นพืชที่ให้มวลชีวภาพของเศษซากสู่ดินต่ ากว่าเมื่อเทียบกับมวลชีวภาพของอ้อย และ
ยูคาลิปตัส จึงท าให้ดินที่ยูคาลิปตัสมีแนวโน้มปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสูงสุด และต่ าสุดในดินที่ปลูก
มันส าปะหลัง ผลนี้ สอดคล้องกับวิภาวรรณ และคณะ (2558) รายงานว่า ดินทรายที่มีการปลูก
มันส าปะหลังมีปริมาณอินทรียวัตถุในดินหรือปริมาณอินทรีย์คาร์บอนต่ าสุดเมื่อเทียบกับดินที่ปลูกอ้อย
และยูคาลิปตัส
ภาพที่ 5.5 ลักษณะหน้าตัดดิน (50 เซนติเมตร) ของชุดดินบ้านไผ่ที่ใช้ประโยชน์ในการปลูก
ก) มันส าปะหลัง ข) อ้อย และ ค) ยูคาลิปตัส

