Page 125 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 125
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
113
ว่า ในดินที่ปลูกอ้อย และข้าวโพดซึ่งมีปริมาณของเศษซากอ้อย และซังข้าวโพดสู่ดินที่ส่งเสริมต่อการเพิ่ม
ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินมากกว่าการปลูกมันส าปะหลังซึ่งมีปริมาณของเศษซากสู่ดินต่ า
ตารางที่ 5.29 ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินชุดดินจัตุรัสที่มีปลูกมันส าปะหลัง อ้อย และ ข้าวโพด
ความลึกดิน ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน (%)
(เซนติเมตร) มันส าปะหลัง (n= 2) อ้อย (n= 6) ข้าวโพด (n= 2)
0 – 25 0.91 (+0.04*) 0.95 (+0.04) 0.98 (+0.05)
25 – 70 0.76 (+0.06) 0.51 (+0.06) 0.52 (+0.001)
70 – 100 0.46 (+0.04) 0.36 (+0.03) 0.31 (+0.01)
* คือ ค่า standard deviation (SD)
จากผลการศึกษาดินปลูกอ้อยที่ความลึก 50 เซนติเมตร จากผิวดิน จะเห็นว่า ลักษณะ
ของชั้นดินบนที่เป็นชั้นไถพรวนที่ระดับความลึกประมาณ 15 เซนติเมตร ที่มีการปลูกอ้อยมาอย่างต่อเนื่อง
มีลักษณะสีดินด าคล้ ากว่าเมื่อเทียบกับดินที่ปลูกมันส าปะหลัง (ภาพที่ 5.7) ดินที่ปลูกข้าวโพดมีปริมาณ
อินทรีย์คาร์บอนในดินบนสูงกว่าดินปลูกอ้อย สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเกิดจากในบางพื้นที่มีการเผาซากอ้อย
เกือบทุกปีซึ่งท าให้ปริมาณซากอ้อยซึ่งเป็นแหล่งอินทรีย์คาร์บอนในดิน ให้กับดินมีปริมาณลดลง ในขณะที่
เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดไม่มีการเผาเศษซากข้าวโพดหรือซังข้าวโพดจึงท าให้มีปริมาณซากคืนสู่ดินได้สูง
กว่า โดยปกติในระบบการปลูกอ้อยจะทิ้งซากใบอ้อยไว้ในพื้นที่ซึ่งส่งผลต่อระดับความอุดมสมบูรณ์ดิน
(Fauci and Dick, 1994; Vanlauwe et al., 1998) แต่ในปัจจุบันขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อยนั้นมี
การจัดการโดยวิธีการเผาซากอ้อยที่ท าอย่างกว้างขวาง ซึ่งง่ายและสะดวกต่อการเก็บผลผลิตอ้อย
โดยเฉพาะใช้แรงงานคนเก็บ (Mitchell et al., 2000, Galdos et al., 2009; Sornpoon et al., 2013)
ซึ่งการจัดการเผาใบอ้อยส่งผลให้ดินเกิดความเสื่อมโทรม โดยเฉพาะมีปริมาณอินทรียวัตถุ และธาตุอาหาร
ในดินลดลง
ภาพที่ 5.7 ลักษณะหน้าตัดดิน (ความลึก 50 เซนติเมตร) ของชุดดินจัตุรัสที่ใช้ประโยชน์ในการปลูก
ก) มันส าปะหลัง ข) อ้อย และ ค) มันส าปะหลัง

