Page 120 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 120

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                         108




               ดินที่มีปริมาณอนุภาคทรายร้อยละ 66 และอนุภาคดินเหนียวร้อยละ 22 ในประเทศเคนยา พบว่า ร้อยละ

               55 – 57 ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนถูกกักเก็บไว้ในเม็ดดินขนาดเล็ก
                                  งานวิจัยที่ผ่านมารายงานถึงความสัมพันธ์ระหว่างการป้องกันอินทรีย์คาร์บอนในดิน
               กับปริมาณของอนุภาคขนาดดินเหนียว ทรายแป้ง และผลรวมของอนุภาคดินเหนียวและทรายแป้ง
               (Feller and Beare, 1997)  โดย Hassink (1997) พบความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนระหว่างส่วนของ

               อนุภาคดินกับปริมาณอินทรียวัตถุในดิน โดยเฉพาะที่ระดับความลึก 10 เซนติเมตร จากผิวดิน และชี้ว่า
               ปริมาณอินทรียวัตถุในดินในส่วนอนุภาคดินเล็กกว่า 20 ไมครอน ได้รับการป้องกันจากการย่อยสลายได้
               ดีกว่าภายใต้กิจกรรมทางการเกษตร  โดยทั่วไปเม็ดดินขนาดใหญ่นั้นมีการป้องกันอินทรีย์คาร์บอนได้น้อย
               กว่าเมื่อเทียบจากส่วนของเม็ดดินขนาดเล็ก (Elliott, 1986; Beare et al., 1994; Besnerd et al.,

               1996) รวมถึงเม็ดดินขนาดเล็กที่อยู่ในส่วนของเม็ดดินขนาดใหญ่ด้วย (Denef et al., 2001) และเม็ดดิน
               ขนาดใหญ่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้สูงโดยเกิดการแตกของเม็ดดินได้ง่าย โดยเฉพาะดินทราย
               (Samhadthai et al., 2010) หากได้รับการรบกวน (Six et al., 2000) ส่วนดินเหนียวมีความสามารถใน
               การรักษาเสถียรภาพของอินทรีย์คาร์บอนได้สูงกว่า โดยอินทรีย์คาร์บอนจะถูกดูดยึดโดยอนุภาคดินเหนียว

               และทรายแป้ง ซึ่งเป็นกลไกที่มีบทบาทต่อการสะสมอินทรีย์คาร์บอนในดินที่มีเนื้อดินต่างกัน (Zinn et al.,
               2007) โดยเป็นการป้องกันทางเคมี (Plante et al., 2006)
                                  จากผลการศึกษายังพบว่า ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในเม็ดดินแต่ละขนาดมี
               ความสัมพันธ์และขึ้นอยู่กับปริมาณการกระจายตัวของขนาดเม็ดดินในทุกชุดดิน เห็นได้จากค่า

               ความสัมพันธ์ในทางบวกระหว่างปริมาณอินทรีย์คาร์บอนและปริมาณเม็ดดินในชุดดินสูงเนิน
                 2
                                         2
                                                                      2
               (R = 0.768**)  ชุดดินจัตุรัส (R = 0.731**) และ ชุดดินบ้านไผ่ (R = 0.859**) ผลนี้มีความสอดคล้องกับ
               วิภาวรรณ และคณะ (2558) ที่ท าการศึกษาการกระจายตัวเม็ดดินในดินทรายชุดดินบ้านไผ่ พบว่า
               ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินที่ความลึก 0 - 30 เซนติเมตร มีสหสัมพันธ์ในทางบวกกับปริมาณเม็ดดินแต่
               ละขนาด (r= 0.47 - 0.87*)   ชี้ว่า เม็ดดินขนาดเล็กน่าจะเป็นขนาดที่ส าคัญในการกักเก็บอินทรีย์คาร์บอน
               ในดินโดยเฉพาะดินทรายหรือดินเนื้อหยาบ
                                  จากความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินหรือเม็ดดินกับปริมาณการ

               กระจายตัวของขนาดเม็ดดินสะท้อนถึงความส าคัญของอินทรีย์คาร์บอนในดินที่มีบทบาทต่อการเกิดเม็ด
               ดิน (Cambardella and Elliot, 1993; John et al., 2005) ผลนี้สอดคล้องกัน Bronick and Lal
               (2004); Troeh and Thompson (2005) พบว่า การกระจายของเม็ดดินในขนาดต่างๆ มีสหสัมพันธ์กับ
                                      2
               ปริมาณอินทรีย์คาร์บอน (R = 0.665) อินทรีย์คาร์บอนในดินมีบทบาทต่อกลไกการเกิดเม็ดดินโดยการจับ
               ตัวหรือเกาะยึดกันระหว่างโมเลกุลอินทรีย์กับส่วนอนุภาคดินเหนียว และไอออนบวกวาเลนซีสูง ได้แก่

                          3+
                  2+
               Ca  และ Al  เกิดเป็นเม็ดดินขนาดเล็ก และเมื่อมีการเชื่อมยึดกันระหว่างเม็ดดินขนาดเล็กจะเกิดเป็น
               เม็ดดินขนาดใหญ่ ในทางกลับกันส่วนของอินทรีย์คาร์บอนได้รับการป้องกันไว้ในเม็ดดินแต่ละขนาด ซึ่ง
               กระบวนการดังกล่าวส่งผลท าให้ดินมีโครงสร้างที่ดีขึ้น (Golchin et al., 1994; Hassink et al., 1994;

               Bossuyt et al., 2005)
   115   116   117   118   119   120   121   122   123   124   125