Page 120 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 120

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                   ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  Cook and Baker, 1983; Well et al., 1972.) และ T. harmatum (Elad et al., 1980) และ T. viride
                  (Holliday, 1980) นอกจากนี้พบว่า เชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas aeruginose และ Bacillus subtilis

                  สามารถยับยั้งการงอก การเจริญและการสร้างเมล็ด sclerotium ได้ (Brathwaite, 1987) ซึ่งสอดคล้องกับ

                  การศึกษาของวีระศักดิ์และคณะ (2550) พบว่า การใช้เชื้อราปฏิปักษ์ในการควบคุมโรคพืชผักที่ส าคัญ ได้แก่
                  โรคเหี่ยวของมะเขือเทศที่เกิดจากเชื้อราสาเหตุ S. rolfsii โดยเชื้อรา Trichoderma sp. ร่วมกับเชื้อแบคทีเรีย

                  Bacillus subtilis และ Streptomyces จากการทดลองพบว่า การใช้จุลินทรีย์ทั้ง 3 ชนิดร่วมกัน สามารถ
                  ควบคุมโรคโคนเน่าของมะเขือเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับ ปฏิมาพรและคณะได้ทดสอบการใช้เชื้อ

                  Bacillus spp. เพื่อยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อ Colletotrichum capsici, Cercospora  capcisi และ

                  Sclerotium rolfsii  สาเหตุโรคแอนแทรคโนส โรคใบจุดและโรครากเน่า โคนเน่าของพริกชี้ฟ้าได้ ดังนั้น
                  แนวทางหนึ่งในการใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ ได้แก่ เชื้อรา Trichoderma sp. และเชื้อแบคทีเรีย Bacillus sp.

                  สามารถควบคุมโรครากเน่าที่เกิดจากเชื้อรา Sclerotium rolfsii ได้

                         ดินในจังหวัดล าปางมีลักษณะเป็นดินร่วนหยาบหรือดินร่วนละเอียดที่เกิดจากดินตะกอนน้ าพาเชิงซ้อน
                  ชั้นดินมีลักษณะเป็นชั้นสลับเนื้อดินไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับตะกอนที่มาทับถม ปฏิกิริยาดินเป็นกรดจัดถึงกลาง

                  ความอุดมสมบูรณ์ต่ า การระบายน้ าเลวถึงค่อนข้างเลว แนวทางจัดการดินในการปลูกพืชผัก คือ ปรับปรุงดิน

                  ด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา 2–3 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอินทรีย์น้ าและพัฒนาแหล่งน้ าและ
                  จัดระบบการให้น้ าในแปลงปลูก (กรมพัฒนาที่ดิน, 2548) ซึ่งในดินในพื้นที่จังหวัดล าปาง มีสมบัติทั้งทาง

                  กายภาพและเคมีที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกกุยช่าย ดังนั้นแนวทางในการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ในการปลูก
                  กุยช่าย ควรเพิ่มอินทรียวัตถุลงไปในดินจะเป็นการช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินให้มีสมบัติที่เหมาะสมต่อ

                  การเจริญเติบโตของพืชมากยิ่งขึ้น การปรับปรุงบ ารุงดินโดยการใช้ปุ๋ยหมักจึงเป็นแนวทางที่ส าคัญประการหนึ่ง

                  เพื่อเพิ่มและยกระดับปริมาณอินทรียวัตถุให้แก่ดิน เนื่องจากเกษตรกรใช้พื้นที่ท าการเพาะปลูกติดต่อมาเป็น
                  เวลานาน และขาดการบ ารุงรักษาท าให้ดินเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว การใช้ปุ๋ยหมักก็เป็นทางหนึ่งเพื่อรักษา

                  ความอุดมสมบูรณ์ให้ดินอยู่ในสภาพที่เหมาะสมแก่การปลูกพืชอย่างยั่งยืนโดยท าให้สมบัติทางกายภาพ เคมี
                  และชีวภาพของดินดีขึ้น กล่าวคือ ดินมีความร่วนซุย มีการระบายอากาศดีขึ้น ความสามารถในการอุ้มน้ า

                  เพิ่มขึ้น เพิ่มความต้านทานการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดเป็นด่างของดิน และลดความเป็นพิษของธาตุบาง

                  ชนิด นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาหารและแหล่งพลังงานแก่จุลินทรีย์ดิน มีผลท าให้ปริมาณและกิจกรรมที่เป็น
                  ประโยชน์ในดินเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อ

                  พืชและการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืช (คณาจารย์ภาควิชาปฐพีวิทยา, 2554) ซึ่งส านักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน

                  กรมพัฒนาที่ดิน ได้แนะน าให้มีการปรับปรุงบ ารุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยพืชสด ใน
                  พื้นที่ปลูกก่อนใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ท าให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคได้ดีขึ้น โดยการแพร่

                  ระบาดของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคพืชในดิน เป็นปัญหาที่มีความส าคัญอีกประการหนึ่ง พื้นที่การเกษตรที่มี
                  ปริมาณอินทรียวัตถุต่ า จะมีระดับธาตุอาหารในดินไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช ต้นพืชมีความอ่อนแอ

                  ท าให้มีความต้านทานต่อโรคพืชลดลง ประกอบกับเมื่อดินขาดอินทรียวัตถุจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมของ

                  จุลินทรีย์ดินโดยตรง โดยการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยพืชสดจะมีผลต่อการลด


                                                              97
   115   116   117   118   119   120   121   122   123   124   125