Page 124 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 124
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
การใช้เชื้อจุลินทรีย์ยับยั้งการสร้าง sclerotia และการเจริญของเส้นใยเชื้อรา S. rolfsii ได้แก่ แบคทีเรีย แอคติ
โนมัยสิท เชื้อรามัยคอร์ไรซา และเชื้อราปฏิปักษ์ที่มีการศึกษากันมากเพื่อใช้ในการควบคุมโรคพืชโดยชีววิธี
ได้แก่ เชื้อราในกลุ่ม Trichoderma spp. โดยเชื้อราปฏิปักษ์จะมีกลไกในการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืชได้หลาย
กลไก เช่น การแก่งแย่งแข่งขันและครอบครองพื้นที่ (competition) เชื้อรา Trichoderma spp. มีคุณสมบัติ
เจริญได้อย่างรวดเร็วสามารถเข้าครอบครองพื้นที่และแย่งอาหารเพื่อการด ารงชีพก่อนที่เชื้อโรคพืชจะเจริญ
รวมไปถึงกลไกการเป็นปรสิต (parasite) Trichoderma มีคุณสมบัติเป็น mycoparasite โดยเชื้อดังกล่าว
จะต้องสร้างเอนไซม์ที่ย่อยสลายผนังเซลล์ของเชื้อสาเหตุโรคพืช เอนไซม์จะถูกผลิตขึ้นภายในเซลล์และขับ
ออกมาภายนอกเพื่อกระบวนการย่อยสลาย เอนไซม์ย่อยสลาย (Extracellular degrading enzymes)
เอนไซม์เหล่านี้มีบทบาทในการย่อยสลายผนังเซลล์ของเชื้อราสาเหตุโรคพืช เช่น S. rolfsii, Rhizoctonia
solani และ Fusarium oxysporum f. sp. lycopersici ความสามารถในการผลิตเอนไซม์เหล่านี้ของเชื้อรา
Trichoderma spp. มีความสัมพันธ์กับความสามารถในการเข้าท าลายเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิด (Lorito
et al., 1993) ดังนั้นเชื้อราปฏิปักษ์ที่สามารถผลิตเอนไซม์ ไคติเนส หรือเบตา-1,3-กลูคาเนส จะสามารถย่อย
สลายเส้นใย S. rolfsii ได้ จะเห็นได้ว่าเอนไซม์เหล่านี้เป็นกลไกหนึ่งซึ่งเชื้อราปฏิปักษ์ใช้ในการเข้าท าลายเชื้อ
สาเหตุโรคพืช
จากการศึกษาจ านวนต้นกุยช่ายที่แสดงอาการของโรคโคนเน่าในแต่ละระดับ และการประเมินความ
รุนแรงของโรคโคนเน่าของกุยช่าย จะเห็นได้ว่าวิธีการที่ 2 การใช้สารเคมีก าจัดโรคพืช เป็นวิธีที่สามารถควบคุม
ระดับความรุนแรงของโรคได้ดีกว่าวิธีการอื่นๆ แต่เนื่องจากวิธีการที่ 2 เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตจากการใช้
สารเคมี มีผลท าให้เกิดการปนเปื้อนและตกค้างของสารเคมีในผลผลิต นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพของ
เกษตรกรผู้ใช้ ผู้บริโภคและตกค้างในสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้นการใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 จึงเป็นวิธีการที่
น่าสนใจแก่เกษตรกรผู้ปลูกกุยช่าย เนื่องจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.3 มีเชื้อรา Trichoderma และ แบคทีเรีย
Bacillus subtilis เป็นส่วนประกอบ ซึ่งสามารถควบคุมเชื้อโรคพืชได้หลากหลายและยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาง่าย
ไม่เสียค่าใช้จ่ายซึ่งจะเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ทั้งยังเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกรที่สนใจ
ปลูกพืชในระบบเกษตรอินทรีย์อีกด้วย
101

