Page 123 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 123
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
1. จ านวนต้นกุยช่ายที่แสดงอาการของโรคโคนเน่าในแต่ละระดับ
จากการศึกษาการเข้าท าลายของโรคโคนเน่าของกุยช่าย โดยสังเกตลักษณะอาการผิดปกติที่เกิด
จากการเข้าท าลายของโรคโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา Sclerotium rolfsii โดยเชื้อรา S. rolfsii จะเข้าท าลายพืช
บริเวณโคนต้นระดับดินหรือใต้ผิวดินเล็กน้อย พืชจะแสดงอาการแผลแห้งตายรอบล าต้น บริเวณที่เชื้อเข้า
ท าลายจะพบเส้นใยของเชื้อราเป็นขุยหยาบสีขาวขึ้นคลุมแผล รอบโคนต้นระดับดินจะคอดและอาจพบเม็ดแข็ง
ขนาดเท่าเมล็ดผักกาดของเม็ด sclerotium ขึ้นติดอยู่กับขุยสีขาวนี้ ถ้าเชื้อเข้าท าลายพืชระยะต้นกล้าหรือ
ระยะต้นอ่อน ล าต้นจะคอดกิ่วและหักพับแล้วพืชจะแห้งตายในเวลาต่อมาเหมือนกับอาการโรค damping off
(ศุภลักษณ์, 2536) จากการนับจ านวนต้นกุยช่าย 80 ต้นในแต่ละวิธีการที่แสดงอาการของโรคโคนเน่าในแต่ละ
ระดับ ตั้งแต่ระดับ 0-4 พบว่า วิธีการที่ 2 การใช้สารเคมีก าจัดโรคพืช สามารถควบคุมระดับความรุนแรงของ
โรคได้ดีกว่ากลุ่มวิธีการที่ใช้จุลินทรีย์ในการควบคุมโรคโคนเน่า (วิธีการที่ 3 4 5 และ 6) โดยอยู่ในระดับ 0-2
ซึ่งมีจ านวนต้นเท่ากับ 30 40 และ 10 ต้น ตามล าดับ ในขณะที่วิธีการที่ 3 การใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.3
สามารถควบคุมระดับความรุนแรงของโรคโคนเน่าได้ดีกว่าวิธีการอื่นๆ ในกลุ่มที่ใช้จุลินทรีย์ในการควบคุมโรค
โคนเน่า โดยมีระดับความรุนแรงของโรคระดับ 0-3 จ านวน 12 42 17 และ 9 ต้น ตามล าดับ ดังแสดงในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 จ านวนต้นที่แสดงอาการของโรคโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา Sclerotium rolfsii
Injury Level
Treatment
Level 0 Level 1 Level 2 Level 3 Level 4
1 66 23 1 0 0
2 30 40 10 0 0
3 12 42 17 9 0
4 11 37 23 9 0
5 10 37 25 8 0
6 7 39 25 9 0
2. การประเมินความรุนแรงของโรคโคนเน่าของกุยช่าย
จากการเปรียบเทียบการเข้าท าลายและการยับยั้งการเข้าท าลายของเชื้อรา Sclerotium rolfsii
พบว่า วิธีการที่ 2 การใช้สารเคมีก าจัดโรคพืช มีผลท าให้การเข้าท าลายของเชื้อราน้อยที่สุดเท่ากับ 36.88
เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือ วิธีการที่ 3 4 และ 5 ซึ่งมีการเข้าท าลายเท่ากับ 42.92 45.42 และ 46.25 เปอร์เซ็นต์
ตามล าดับ มีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติกับวิธีการที่ 6 การใช้ชีวภัณฑ์แบคทีเรีย Bacillus subtilis
ซึ่งมีค่าเท่ากับ 48.33 เปอร์เซ็นต์ มีผลท าให้การยับยั้งการเข้าท าลายของเชื้อราน้อยที่สุดด้วย เท่ากับ 51.67
เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการที่ 3 การใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 พบว่า วิธีการที่ 3 สามารถยับยั้งการ
เข้าท าลายของเชื้อราได้ถึง 57.08 เปอร์เซ็นต์ ดังแสดงในตารางที่ 2 ซึ่งวิธีการดังกล่าวประกอบด้วยเชื้อรา
Trichoderma และแบคทีเรีย Bacillus subtilis สอดคล้องกับรายงานของ El-Katatny et al. (2001) ที่มี
100

