Page 79 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 79

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





               จะทำให้พืชได้รับธาตุอาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตมากขึ้น เช่นเดียวกับการศึกษาของ นงคราญ และคณะ
               (2541) ที่ศึกษาถึงการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัด โดยใช้ปูนมาร์ลร่วมกับปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตของหน่อไม้ฝรั่ง โดย

               ศึกษาในชุดดินรังสิตกรดจัด เปรียบเทียบระหว่างปูนมาร์ล 5 อัตรา คือ 0 0.5 1.0 1.5 และ 2.0 ตันต่อไร่ ร่วมกับ
               ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 70 100 และ 125 กิโลกรัมต่อไร่ พบว่า เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีในอัตราต่ำจะต้องใช้ ร่วมกับ
               ปูนมาร์ลในอัตราสูง จึงจะทำให้ได้ผลผลิตสูง แต่ถ้าใส่ปุ๋ยเคมีในอัตราสูง 100 และ 125  กิโลกรัมต่อไร่ แม้จะใช้
               ร่วมกับปูนมาร์ลในอัตรา 0.5 ตันต่อไร่ หน่อไม้ฝรั่งก็สามารถให้ผลผลิตสูงได้
                             2) การใช้ซิลิคอนลดความเป็นพิษอะลูมินัม การใช้ปูนเพื่อปรับปรุงสมบัติเคมีในดินกรดกำมะถัน

               ทำให้พีเอชเพิ่มขึ้น และทำให้ความเป็นกรดและไอออนบางชนิดที่ละลายออกมามากลดลง จึงส่งผลให้พืช
               เจริญเติบโตดีขึ้น นอกจากการใส่ปูนแล้ว การเติมซิลิคอนก็สามารถจะช่วยลดการดูดและการเคลื่อนย้ายของ
               อะลูมินัม เหล็ก และแมงกานีสไอออนในดินเปรี้ยวจัดได้ จากการศึกษาผลของการใส่ซิลิคอนต่อผลผลิตและการดูด

               ใช้ธาตุอาหารของข้าวและข้าวโพดที่ปลูกในชุดดินองครักษ์ พบว่า การใส่ซิลิคอนในรูปของแคลเซียมซิลิเกตและ
               แกลบ ทำให้พืชทั้งสองเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดีขึ้น มีการดูดไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมได้มากขึ้น
               และยังทำให้จำนวนเมล็ดข้าวเพิ่มขึ้น แต่เปอร์เซ็นต์เมล็ดลีบลดลง (จุฑารัตน์, 2547) นอกจากนี้ ยังมีการทดลอง
               การใช้ซิลิคอน (50 กิโลกรัมต่อไร่) เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด ชุดดินรังสิตที่มีการใส่ปูน 650 กิโลกรัม

               ต่อไร่) พบว่า ทำให้ข้าวให้ผลผลิตใกล้เคียงกับการใส่ปุ๋ยเคมี (ปุ๋ย 16-20-0 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่, ปุ๋ย 0-0-60
               อัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ และ 46-0-0 อัตรา 4 กิโลกรัมต่อไร่) โดยให้ผลผลิต 499 และ 513 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ
               แต่เมื่อใส่ซิลิคอนร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 300 (กิโลกรัมต่อไร่) ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 600 กิโลกรัมต่อไร่
               (บรรเจิดลักษณ์ และคณะ, 2556)

                             3) การใช้จุลินทรีย์ลดความเป็นพิษของอะลูมินัม ปัญหาที่สำคัญในดินเปรี้ยวจัด คือ ความเป็นพิษ
               ของอะลูมินัม มีการศึกษาการใช้จุลินทรีย์เพื่อลดปัญหาความเป็นพิษของอะลูมินัม โดยปลูกข้าวในสารละลาย
               (Hoagland solution pH 4.0) ที่มีอะลูมินัม (0.50 และ 100 uM) โดยไม่ใส่และใส่เชื้อจุลินทรีย์ที่ส่งเสริมการ
               เจริญเติบโตของพืช (plant growth promoting bacteria) พบว่า อะลูมินัมมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการ

               เจริญเติบโตของข้าว ทำให้เซลล์ที่ผิวรากข้าวแตกและยุบ แต่ไม่พบความเสียหายในทรีตเมนต์ที่ใส่เชื้อจุลินทรีย์
               (Bacillus sp. Stenotrophomonas maltophila  Burkholderia thailandensis และ Burkholderia seminalis)
               โดยจุลินทรีย์ดังกล่าวขับกรดอินทรีย์ (citric acid malic acid และ oxalic acid) เพิ่มขึ้นตามระดับอะลูมินัม

               (Panhwar et al., 2015) กรดดังกล่าวจะไปเกิดเป็นคีเลตกับอะลูมินัมไอออน จึงลดความเป็นพิษของอะลูมินัมได้
               นอกจากนั้น จุลินทรีย์ยังสร้างสารส่งเสริมการเจริญเติบโต (indoleacetic acid) ออกมา ทำให้ข้าวเจริญเติบโตดีขึ้น
               และหลังใส่เชื้อ 21 วัน ทำให้พีเอชของสารละลายเพิ่มขึ้นจนมีค่ามากกว่า 6 เมื่อนำจุลินทรีย์ดังกล่าวที่ประกอบด้วย
               จุลินทรีย์ที่ละลายฟอสฟอรัส (Bacillussp) จุลินทรีย์ที่ตรึงไนโตรเจน (Stenotrophomonas maltophila) และ
               จุลินทรีย์ที่ทนกรด (Burkholderia thailandensis and Burkholderia seminalis) มาผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพ

               (biofertilizer) และใช้ในดินเปรี้ยวจัดในประเทศมาเลเซีย เพื่อเปรียบเทียบกับการไม่ปรับปรุงดิน (control) การใช้
               หินปูนบดที่มีแมกนีเซียม (Mg limestone) และหินบะซอลต์บด (basalt) โดยทุกทรีตเมนต์ใส่ยูเรีย ร็อคฟอสเฟต
               และโพแทสเซียมคลอไรด์ 120 30 และ 60 กิโลกรัมต่อเฮกตาร์ตามลำดับ ผลการทดลอง พบว่าการใส่ปุ๋ยชีวภาพ

               หินปูน และหินบะซอลต์ ทำให้ดินมีพีเอชสูงขึ้น อะลูมินัมที่แลกเปลี่ยนได้ลดลง ข้าวแตกกอดีขึ้น จำนวนรวงมากขึ้น
               ผลผลิตจึงเพิ่มขึ้น ในขณะที่ร้อยละเมล็ดลีบลดลง (ตารางที่ 5.1)








                                                สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย             67
                                                                                    กรมพัฒนาที่ดิน
   74   75   76   77   78   79   80   81   82   83   84