Page 32 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 32
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
(6) ผลของการใส่ปูนต่อสมบัติดินและการเจริญเติบโตของพืช
การปรับปรุงพีเอชของดินให้เหมาะสมต่อการละลายของธาตุอาหารในดินจะทำให้พืช
สามารถดูดใช้ธาตุอาหารเพื่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิต รวมถึงทำให้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไปมีประสิทธิภาพสูงสุด โดย
ปกติ มักจะปรับพีเอชของดินให้อยู่ในช่วงความเป็นกรดเป็นด่างประมาณ 6.0-6.5 โดย อภิเชษฐ (2553) ศึกษาการ
บ่มดิน (ชุดดินอ่าวลึก) ด้วยวัสดุปูนโดโลไมต์เป็นเวลา 3 สัปดาห์เพื่อปรับความเป็นกรดด่างของดินจาก 5.04 ให้ได้
ความเป็นกรดด่างของดิน 6.0 โดยการใส่วัสดุปูนโดโลไมต์ อัตรา 0.5, 0.75, 1.0, 1.25 และ 1.50 เท่าของความ
ต้องการดินที่วิเคราะห์ได้ในห้องปฏิบัติการ (0.2628, 0.3941, 0.6255, 0.6569, 0.7883 กรัม ตามลำดับ) ในดิน
500 กรัม พบว่า ต้องใส่ปูนโดโลไมต์ในอัตรา 0.3592 กรัม ผสมกับดิน 500 กรัม ทำให้ความเป็นกรดด่างของดิน
เพิ่มจาก 5.04 เป็นประมาณ 6.0 Moir et al. (2006) รายงานว่าโดยทั่วไปวัสดุปูน 1 ตันจะทำให้พีเอชของดิน
เพิ่มขึ้น 0.16 ในขณะเดียวกันอะลูมินัมที่แลกเปลี่ยนได้ในดินลดลงตามปริมาณปูนที่ใส่ (ภาพที่ 2.6) ซึ่งการศึกษาใน
ครั้งนี้พบว่าอะลูมินัมที่แลกเปลี่ยนได้เพิ่มขึ้นมากเมื่อค่าพีเอชของดินต่ำกว่า 6.0
(ก) (ข)
ภาพที่ 2.6 ความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุปูน และพีเอชของดิน (ก) ความสัมพันธ์ระหว่างพีเอชของดินกับอะลูมินัมที่
แลกเปลี่ยนได้ในดิน (ข)
ที่มา: Moir et al. (2016)
2) การใช้ปุ๋ยเคมี
เนื่องจากดินเปรี้ยวจัดเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ขาดธาตุอาหารหลัก โดยเฉพาะไนโตรเจน
และฟอสฟอรัส ดังนั้น ในการเพิ่มผลผลิตพืชในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดจำเป็นต้องเพิ่มธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสให้
เพียงพอก็จะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นได้ ดินเปรี้ยวจัดของประเทศไทยโดยทั่วไปมีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อ
พืชในระดับที่ต่ำมาก มีค่าเฉลี่ย 1.48-3.40 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เมื่อดินมีความเป็นกรดรุนแรงมากขึ้น
ประสิทธิภาพในการตรึงฟอสฟอรัสจะสูงมากขึ้น ทำให้ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ต่อพืชมีน้อยลง เมื่อปลูกข้าวโดย
ไม่มีการใช้ปุ๋ยฟอสเฟต ข้าวจะแสดงอาการขาดธาตุฟอสฟอรัส มีลำต้นแคระแกร็น การแตกกอถูกจำกัด ใบแคบ สั้น
ตั้งตรง และมีสีเขียวเข้ม และท้ายที่สุดผลผลิตตกต่ำ (Bloomfield and Coulter, 1977) ถ้าดินมีปริมาณอนุมูล
20 สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

