Page 18 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 18

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





            ปริมาณของอินทรียวัตถุที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายและปริมาณเพียงพอ แร่เหล็กที่จะทำปฏิกิริยากับกำมะถันหรือ
            ซัลไฟด์และเกิดเป็นสารประกอบไพไรต์ และมีสารประกอบซัลเฟตอย่างเพียงพอ โดยทั่วไป ในน้ำทะเลมี

            สารประกอบซัลเฟตที่เพียงพอและไม่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการเกิดไพไรต์อยู่แล้ว
                                                                                        2-
                   กระบวนการเกิดสารประกอบไพไรต์จะเริ่มจากสารประกอบซัลเฟต (SO4 ) จะถูกรีดิวซ์เป็น
            ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) โดยแบคทีเรียพวก Desulfovibrio และ Desulfotomaculum sp. ที่อยู่อย่างอิสระในน้ำ
            ทะเลทั่วๆ ไป ดังสมการที่ (2.1) โดยอาศัยแหล่งคาร์บอนจากอินทรียวัตถุที่มาจากเศษซากพืช


                          SO4  + 2CH2O             H2S + 2HCO3                                    (2.1)
                              2-
                                                              -

            ไฮโดรเจนซัลไฟด์จะทำปฏิกิริยากับสารประกอบเหล็กซัลไฟด์ (FeS) เพื่อสร้างสารประกอบไพไรต์ (FeS2) กลไกอีก

                                                                   2-
            ประการหนึ่งของการเกิดไพไรต์คือปฏิกิริยาระหว่างโพลีซัลไฟด์ (Sx ) และ FeSaq โดย FeSaq เกิดขึ้นจากการแตก
            ตัวของสารประกอบเหล็กซัลไฟด์  (FeS) โพลีซัลไฟด์อาจจะเกิดมาจากหลายปฏิกิริยา แต่ส่วนใหญ่ผ่านปฏิกิริยา
                           2-
                    0
            ระหว่าง S  และ S (ภาพที่ 2.1)

























             ภาพที่ 2.1 การเกิดสารประกอบไพไรต์ (ซ้าย) สารประกอบไพไรต์ที่จับกับอินทรียวัตถุในดิน (ขวา)
             ที่มา: Yuan et al. (2016), Fitzpatrick et al. (2009)


                   การที่ดินมีน้ำแช่ขังอยู่ตลอดเวลาทำให้มีการสะสมอินทรียวัตถุสูงและดินจะอยู่ในสภาพจำกัดออกซิเจน
            ในขณะที่จุลินทรีย์ที่ไม่อาศัยออกซิเจนจะย่อยสลายอินทรียวัตถุและส่งเสริมให้เกิดสภาพรีดักชัน กระบวนการ
            รีดักชันของซัลเฟตไอออนจากตะกอนน้ำทะเลทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (ก๊าซไข่เน่า) (H2SO4) และเมื่อทำ
                                     2+
            ปฏิกิริยากับเฟอรัสไอออน (Fe ) จากตะกอนดิน จะทำให้เกิดเป็นเฟอรัสโมโนซัลไฟด์ (FeS) และท้ายที่สุดเมื่อทำ
            ปฏิกิริยากับกำมะถัน (S) ก็เกิดเป็นสารประกอบไพไรต์ (FeS2) ดังสมการ (2.2) ปฏิกิริยานี้เป็นปฏิกิริยารวมของการ

                                       2-
            เกิดรีดักชันซัลเฟตไอออน (SO4 ) เป็นซัลไฟด์ไอออน (S ) และตามด้วยการเกิดออกซิเดชันของซัลไฟด์เป็นได
                                                            2-
                           2-
            ซัลไฟด์ไอออน (S2 ) โดยอาศัยเฟอริกไอออน (Fe ) และออกซิเจน (Attanandana and Vacharotayan, 1986)
                                                    3+




               6       สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   13   14   15   16   17   18   19   20   21   22   23