Page 145 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 145
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
101
(3)
ธาตุอาหารในดิน (Smith et al., 2008) ทั้งนี้ ช่วงอายุของยางพาราไม่มีผลต่อความแตกต่างทางสถิติ
ของค่าดัชนีคุณภาพความหลากหลายทางชีวภาพในดินเช่นเดียวกัน
จากการศึกษาอิทธิพลของค่าดัชนีคุณภาพสมบัติดินและความหลากหลายทาง
ชีวภาพในดินต่อรูปแบบของการเปลี่ยนแปลงของทั้งสองปัจจัยในแต่ละตำรับการทดลอง พบว่า
การเปลี่ยนแปลงของค่าดัชนีคุณภาพของสมบัติทางกายภาพและเคมีดินและค่าดัชนีคุณภาพ
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในดินในพื้นที่แปลงปลูกยางพารารอบที่ 1 ทั้งช่วงอายุก่อนเปิดกรีด
(3-6 ปี) และหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R1y และ R1o) มีความแตกต่างกัน ชี้ให้เห็นว่า
การเปลี่ยนแปลงความอุดมสมบูรณ์ของดินและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในดินเกิดขึ้นอย่าง
ชัดเจนทันทีภายหลังการเปลี่ยนแปลงพื้นป่าเป็นการปลูกยางพารา โดยพบว่า ในช่วงอายุก่อนเปิดกรีด
(3-6 ปี) (R1y) ค่าดัชนีคุณภาพของสมบัติทางกายภาพและเคมีดินมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าค่าดัชนี
คุณภาพความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในดิน สอดคล้องกับ Krashevska และคณะ (2015) ซึ่งพบว่า
การตัดไม้ทำลายป่าส่งผลต่อองค์ประกอบต่างๆในดินและสมบัติของดิน โดยทำให้ความอุดสมสมบูรณ์
ของดินลดลงเนื่องจากการสูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดิน เช่นเดียวกับ Li และคณะ
(2012) ซึ่งทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าเป็นการปลูกยางพารา พบว่า ปริมาณ
อินทรียวัตถุในดินลดลง 34 เปอร์เซ็นต์ภายหลังการปรับเปลี่ยนพื้นที่ ทั้งนี้ อินทรียวัตถุเกิดขึ้นจากการ
ย่อยสลายของเศษซากพืช ซึ่งปริมาณและชนิดของอินทรียวัตถุนั้น ย่อมขึ้นกับความหลากหลายของ
ชนิดพืชในพื้นที่นั้นๆ และส่งผลต่อสายใยอาหาร (food web) ของสิ่งมีชีวิตในดินและกระบวนการ
หมุนเวียนธาตุอาหารพืชในดิน (nutrient cycling) (Tian and Brussard, 1993)
5. คุณลักษณะของเศษซากพืชต่อกิจกรรมของจุลินทรีย์ในสวนยางพาราที่ปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว
ยางพาราเป็นพืชที่มีการผลัดใบในช่วงฤดูแล้งของทุกปี ทำให้เกิดการร่วงหล่นของ
เศษซากพืช ซึ่งเศษซากพืชเหล่านี้จะเกิดการย่อยสลายกลายเป็นอินทรียวัตถุในดินต่อไป (ภูษณิศา
และคณะ, 2561) ส่งผลต่อกลไกการหมุนเวียนคาร์บอนในดินและการปลดปล่อยธาตุอาหารลงสู่ดิน
(พงษ์เทพ, 2557) จากผลการศึกษาในครั้งนี้ พบว่า ปริมาณเศษซากพืชทั้งหมดในพื้นที่ป่ามีปริมาณ
มากที่สุด โดยส่วนมากเป็นเศษซากพืชส่วนที่เป็นไม้ (wood) (56.64 เปอร์เซ็นต์) เนื่องจากส่วนของ
กิ่งก้านของไม้ในพื้นที่ป่าร่วงหล่นลงมาประกอบกับพื้นที่ป่ามีความหลายหลายของพันธุ์พืชมากกว่า
พื้นที่ปลูกยางพารา อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเฉพาะพื้นที่แปลงปลูกยางพาราพบว่า ยางพารา
ในช่วงก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) จะมีปริมาณและเปอร์เซ็นต์ของวัชพืชและส่วนของพืชที่ยังคง
เจริญเติบโตอยู่ (fresh) มากกว่าในยางพาราช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) ทั้งนี้ เนื่องจาก
ทรงพุ่มที่ยังไม่ชิดกันทำให้มีแสงสว่างเพียงพอและเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของวัชพืช ในขณะที่

