Page 146 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 146

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                      102
                                                                                                       (3)



                       ยางพาราช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) มีแนวโน้มว่าจะมีการย่อยสลายของเศษซากพืชมากกว่า
                       ยางพาราในช่วงก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) เห็นได้จากปริมาณเศษซากพืชส่วนใบที่ย่อยสลายแล้ว

                       (fragment) เศษซากพืชที่มีการย่อยสลายส่วนของเนื้อใบเหลือเพียงส่วนของเส้นใบ (skeleton)
                       เศษซากพืชที่มีการย่อยสลายและมีการอัดตัวรวมกันด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (compact) ที่มี

                       มากกว่ายางพาราในช่วงก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) โดยเศษซากพืชกลุ่มนี้เป็นเศษซากพืชที่

                       ผ่านกระบวนการย่อยสลายแล้วบางส่วน เช่น การทำให้เศษซากพืชมีขนาดเล็กลงโดยสิ่งมีชีวิตในดิน
                       กลุ่มที่กินเศษซากพืชเป็นอาหาร (litter transformer) รวมถึงมูลของไส้เดือน (cast) ซึ่งชี้ให้เห็นถึง

                       การปลดปล่อยธาตุอาหารพืชออกมาภายหลังการกัดกินเศษซากพืชเป็นอาหาร

                                     ทั้งนี้ ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบปริมาณธาตุอาหารจากเศษซากพืชเฉพาะที่ได้จาก
                       แปลงยางพารา โดยเก็บเฉพาะเศษซากพืชที่เป็นชิ้นส่วนจากต้นยางพารามาใช้ในการวิเคราะห์ พบว่า

                       มีแนวโน้มว่า ปริมาณธาตุอาหารในเศษซากพืชของแปลงปลูกยางพารารอบที่ 1 มีปริมาณธาตุอาหาร

                       สูงกว่าแปลงปลูกยางพารารอบที่ 2 และ 3 แม้ว่าช่วงอายุของยางพาราจะไม่มีผลต่อปริมาณธาตุ
                       อาหารในเศษซากพืช ยกเว้นปริมาณธาตุโพแทสเซียม (total potassium) ที่พบว่า แปลงยางพารา

                       ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) มีปริมาณธาตุอาหารในเศษซากพืชมากกว่าแปลงยางพาราช่วงอายุ
                       ก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) สอดคล้องกับระวี และneasวิทยา (2556) ซึ่งพบว่า ปริมาณธาตุอาหารในใบ

                       ยางพารามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอายุของต้นยางพาราที่เพิ่มขึ้น

                                     นอกจากนี้ยังพบว่า กิจกรรมของจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นมีความสอดคล้องกับปริมาณเศษ
                       ซากพืชที่พบ กล่าวคือ กิจกรรมของจุลินทรีย์มีมากที่สุดในพื้นที่ป่า (F) สอดคล้องกับ Abraham และ

                       Chudek (2007) ซึ่งพบว่า กิจกรรมของจุลินทรีย์ขึ้นกับปริมาณเศษซากพืชในพื้นที่ โดยพื้นที่ป่าเป็น
                       พื้นที่ที่มีปริมาณเศษซากพืชมากที่สุดเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่มีการปลูกยางพารา ทั้งนี้อาจเกิดจาก

                       การที่เกษตรกรมีการเผาเตรียมพื้นที่ก่อนการปลูกยางพารา ซึ่งความร้อนที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อ

                       ระบบนิเวศดินโดยตรง กล่าวคือ ทำให้ระบบอุทกวิทยาของดินถูกทำลายจากการการเปลี่ยนแปลง
                       ความชื้นในดิน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางกายภาพ เคมีและชีวภาพทั้งสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก

                       และจุลินทรีย์ดิน (Neary et al., 1999) ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์องค์ประกอบของข้อมูลโดยวิธี

                       principle component analysis (PCA) จะเห็นได้ว่า กิจกรรมของจุลินทรีย์ในดินลดลงทันที
                       ภายหลังการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ป่าเป็นการปลูกยางพารา และโดยพบว่ากิจกรรมการย่อยสลาย

                       ของสารประกอบอินทรีย์บางชนิดมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในแปลงปลูกยางพารารอบการปลูกที่ 1 ช่วง
                       อายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R1o) ต่อเนื่องถึงแปลงปลูกยางพารารอบการปลูกที่ 2 ช่วงอายุก่อนเปิด

                       กรีด (3-6 ปี) (R2y) และลดลงหลังจากนั้น แสดงให้เห็นว่าการปลูกยางพาราอย่างต่อเนื่องไม่สามารถ

                       ส่งผลให้ระบบนิเวศเกษตรและกิจกรรมของจุลินทรีย์ดินสามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว
   141   142   143   144   145   146   147   148   149   150   151