Page 143 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 143
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
99
3.2 ไส้เดือนฝอย (nematode)
จำแนกชนิดของไส้เดือนฝอยตามพฤติกรรมการกินอาหาร (feeding group)
ออกเป็น 5 ชนิด ได้แก่ ไส้เดือนฝอยกินแบคทีเรีย (bacterivore) ไส้เดือนฝอยตัวห้ำ (carnivore)
ไส้เดือนฝอยกินเชื้อรา (fungivore) ไส้เดือนฝอยศัตรูพืช (plant parasitic) และไส้เดือนฝอยที่กินได้
ทั้งพืชและสัตว์อื่น (omnivore) พบว่า ไส้เดือนฝอยตัวห้ำ (carnivore) และไส้เดือนฝอยที่กินได้ทั้งพืช
และสัตว์ (omnivore) มีจำนวนน้อยกว่าไส้เดือนฝอยกลุ่มอื่น สอดคล้องกับ Neher and
Barbercheck (1999) ซึ่งพบว่า ในระบบนิเวศทั่วไปจะพบไส้เดือนฝอยกินทั้งพืชและสัตว์และ
ไส้เดือนฝอยตัวห้ำจำนวนน้อย ในขณะที่ พบไส้เดือนฝอยกินแบคทีเรีย (bacterivore) มากที่สุด
เนื่องจากเป็นกลุ่มไส้เดือนฝอยที่มีวงจรชีวิตสั้น อัตราการสืบพันธุ์สูง สามารถผลิตลูกได้จำนวนมากใน
แต่ละรุ่น ตลอดจนมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมโดยเจริญเติบโตได้ดี ทั้งในแหล่งที่มีอาหารอุดม
สมบูรณ์และในพื้นที่ที่มีมลพิษ (Yeates, 2003) ทั้งนี้ จำนวนประชากรไส้เดือนฝอยทั้งหมดในดินจะ
ลดลงตามรอบการปลูกยางพาราและมีแนวโน้มว่า ยางพาราช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) จะมี
จำนวนประชากรไส้เดือนฝอยในดินมากกว่ายางพาราช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) ซึ่งเป็นไปได้ว่า
จำนวนวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมพื้นที่ในสวนยางพาราช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) อาจส่งผลต่อจำนวน
ประชากรไส้เดือนฝอย เนื่องจากเศษซากพืชที่ตกค้างในดินจากวงจรการเติบโตของวัชพืช จะเพิ่ม
แหล่งอาหารในสายใยอาหารของไส้เดือนฝอยในดินและส่งผลต่อจำนวนไส้เดือนฝอยในดิน (Li et al.,
2009) และดัชนีความมากชนิด (richness index) ของไส้เดือนฝอยในดิน
3.3 แบคทีเรีย (bacteria)
จำนวนแบคทีเรียทั้งหมดที่พบในดิน มีแนวโน้มลดจำนวนลงภายหลังการปลูก
ยางพาราอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ป่า โดยพบแบคทีเรียในกลุ่ม
Bacteroidetes และ Proteobacteria มากที่สุด 2 อันดับแรก ทั้งในพื้นที่ป่า (F) และแปลงยางพารา
ทุกแปลง โดยแบคทีเรียทั้ง 2 กลุ่มนี้ เป็นแบคทีเรียทีอาศัยอยู่ในลำไส้ของแมลงหลายชนิด เช่น ปลวก
โดยมีบทบาทในการสร้างเอนไซม์เพื่อช่วยย่อยอาหารที่ปลวกกินเข้าไป หรือมีบทบาทในการตรึง
ไนโตรเจนในอากาศ (nitrogen fixation) ให้อยู่ในรูปแบบของกรดอะมิโนที่แมลงสามารถนำไปใช้
ประโยชน์ ได้ (Engel and Moran, 2013) ในทางกลับกัน ผลการทดลองกลับชี้ให้เห็นว่า ดัชนี
ความหลากหลายของแบคทีเรียในดิน (diversity index) ในพื้นที่ป่า รวมทั้งดัชนีความมากชนิดของ
จุลินทรีย์ในดิน (richness index) ที่พบในพื้นที่ป่ามีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนน้อยกว่าในแปลงยางพารา
สอดคล้องกับ Schneider และคณะ (2015) ซึ่งพบว่า พื้นที่ปลูกยางพาราจะมีจำนวนชนิดของ
แบคทีเรียมากกว่าพื้นที่ป่า เช่นเดียวกับ Tardy และคณะ (2015) ซึ่งพบว่า แบคทีเรียในดินของแปลง
ปลูกยางพาราที่มีอายุมากและไม่มีการเข้าไปจัดการแปลง เช่น ไม่มีการไถพรวน จะมี
ความหลากหลายของแบคทีเรียในดินลดลง ซึ่งพื้นที่ในลักษณะดังกล่าวมีความใกล้เคียงกับพื้นที่ป่า

