Page 141 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 141
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
97
2. ผลกระทบของรอบการปลูกและอายุของยางพาราต่อสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน
จากการศึกษา พบว่า การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์พื้นที่จากพื้นป่าเป็นการปลูก
ยางพาราส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางกายภาพและเคมีของดินในทันที โดยทำให้
ปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณคาร์บอนและไนโตรเจนทั้งหมดในดิน ปริมาณโพแทสเซียม แคลเซียมและ
แมกนีเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในดินลดลง สอดคล้องกับ Van Noordwijk และคณะ (1997) ซึ่ง
พบว่า ปริมาณคาร์บอนในดินจะมีการเปลี่ยนแปลงตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยพบว่า
ปริมาณคาร์บอนที่สะสมในดินจะมีมากที่สุดในพื้นที่ป่าสมบูรณ์ ทั้งนี้การสะสมคาร์บอนในดิน
นอกจากจะเกิดจากการย่อยสลายของอินทรียวัตถุแล้ว ยังเกิดจากกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช
โดยการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเปลี่ยนให้เป็นสารประกอบในรูปคาร์บอนต่างๆ เช่น
เซลลูโลสและลิกนิน จากนั้นจะเข้าสู่แหล่งสะสมอินทรีย์คาร์บอนในดินโดยอยู่ในเศษซากพืช รากพืช
รวมทั้งสารที่ซึมออกมาจากรากพืช ทั้งนี้ กระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุและเศษซากพืชต่างๆ
ส่วนใหญ่เกิดขึ้นใกล้กับผิวดิน ดังนั้น คาร์บอนจึงมีการสูญเสียได้ง่าย หากมีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่
ถูกต้อง (เอกอนงค์, 2552) ทั้งนี้ พบว่า การเปลี่ยนแปลงสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน
มีแนวโน้มในการส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลงในรอบการปลูกที่ 3 โดยเฉพาะปริมาณ
ไนโตรเจนทั้งหมดในดิน ปริมาณโพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในดินแตกต่างกัน
สอดคล้องกับ Karthikakuttyamma และคณะ (1998) ซึ่งพบว่า การปลูกยางพาราติดต่อกันจะทำให้
ปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดในดินลดลง เช่นเดียวกับ Zhang และคณะ (2007) ซึ่งทำการศึกษา
ความเสื่อมโทรมของดินในพื้นที่ปลูกยางพาราและพบว่า การปลูกยางพารามีผลทำให้ปริมาณอินทรีย์
ไนโตรเจนในดินลดลงเช่นเดียวกัน ในขณะที่ Njar และคณะ (2011) พบว่า การปลูกยางพาราในพื้นที่
เดิมเป็นระยะเวลานานมีผลทำให้ปริมาณโพแทสเซียมในดินลดลง ทั้งนี้ อาจเกิดจากความไม่สมดุล
ของการหมุนเวียนธาตุอาหารพืชในดิน เนื่องจากการสูญเสียธาตุอาหารไปกับผลผลิตที่เก็บเกี่ยวไป
ซึ่งมีรายงานว่า ในน้ำยาง 1 ตัน จะสูญเสียไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแมกนีเซียม เท่ากับ
20, 5, 25 และ 5 กิโลกรัม ตามลำดับ (นุชนารถ, 2554) โดยการเพิ่มปริมาณธาตุอาหารในดินให้
สมดุลกับปริมาณธาตุอาหารที่สูญเสียไปเป็นสิ่งสำคัญในการผลิตพืชเพื่อให้ได้รับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง
และยั่งยืน (Lal, 2000) แม้ว่า จะมีแนวโน้มว่า ความอุดมสมบูรณ์ของดินจะสามารถฟื้นตัวขึ้นได้เมื่อ
ยางพารามีอายุมากขึ้น ทั้งนี้ ในการวิจัยครั้งนี้ พบว่า เมื่อมีการตัดโค่นยางพาราแปลงเดิมเพื่อปลูกใหม่
ทำให้สมดุลธาตุอาหารในดินถูกทำลายลงอีกครั้ง โดยการไถเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกยางพาราในรอบ
การปลูกใหม่ อาจส่งผลต่อโครงสร้างดินซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการหมุนเวียนธาตุอาหารในดิน
โดยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพตลอดจนปัจจัยทางชีวภาพที่ส่งผลต่อระบบนิเวศทาง
การเกษตร (Ball et al., 2005)

