Page 144 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 144
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
100
102
4. การประเมินผลกระทบของการปลูกยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยวต่อค่าดัชนีคุณภาพดิน
คุณภาพดินเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างหนึ่งของการทำการเกษตรแบบยั่งยืน โดย
หมายถึง ความสามารถของดินในการทำหน้าที่ในการจัดการผลิตภาพของพืช ตลอดจนปกป้อง
สภาพแวดล้อมให้มีความต้านทานและยืดหยุ่นต่อผลผกระทบที่ได้รับ (ยงยุทธ, 2557) โดย
ในการศึกษาครั้งนี้ได้ทำการประเมินคุณภาพดินจากดัชนีชี้วัด 2 กลุ่ม คือ ดัชนีคุณภาพสมบัติทาง
กายภาพและเคมีของดิน และดัชนีคุณภาพความหลากหลายทางชีวภาพในดิน
จากการศึกษา พบว่า ค่าดัชนีคุณภาพสมบัติทางกายภาพและเคมีของดินจะมี
ค่าลดลงภายหลังการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จากป่าเป็นการปลูกยางพารา เช่นเดียวกับ Cheng และ
คณะ (2007) ซึ่งศึกษาการเปลี่ยนแปลงของความอุดมสมบูรณ์ของดินจากการปลูกยางพาราในพื้นที่
ป่าเขตร้อนในประเทศจีน และพบว่า สมบัติทางกายภาพและเคมีของดินจะมีค่าลดลงภายหลังการ
เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จากป่าเป็นการปลูกยางพารา โดยผลจากการวิจัยครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่า ค่าดัชนี
คุณภาพสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในแต่ละรอบการปลูก
ยางพารา จากการศึกษาอิทธิพลของรอบการปลูกยางพาราและช่วงอายุของยางพาราที่แตกต่างกัน
พบว่า แปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 มีค่าดัชนีคุณภาพสมบัติทางกายภาพและเคมีของดินต่ำที่สุด
แม้ว่าจะไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับแปลงปลูกยางพารารอบที่ 2 ซึ่งการลดลงของค่าดัชนีคุณภาพ
สมบัติทางกายภาพและเคมีของดินนี้ ชี้ให้เห็นว่า การชดเชยธาตุอาหารที่สูญเสียไปกับผลผลิตในแต่ละ
รอบการปลูกมีปริมาณไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม พบว่า ช่วงอายุของยางพาราไม่มีผลต่อความแตกต่าง
ทางสถิติของค่าดัชนีคุณภาพสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน ซึ่งแตกต่างจาก Yasin และคณะ
(2010) ซึ่งทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดินในพื้นที่ป่าเปรียบเทียบกับยางพาราใน
4 ช่วงอายุ คือ 1, 5, 10, 15 และ 20 ปี และพบว่า เมื่อยางพารามีอายุ 20 ปี จะสามารถฟื้นฟูสภาพ
ความอุดมสมบูรณ์ของดินให้กลับมาใกล้เคียงกับพื้นที่ป่าได้
ในส่วนของค่าดัชนีคุณภาพความหลากหลายทางชีวภาพในดิน พบว่า ดัชนีคุณภาพ
ความหลากหลายทางชีวภาพในดินมีค่าลดลงโดยเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับค่าดัชนีคุณภาพสมบัติ
ทางกายภาพและเคมีของดิน กล่าวคือ ลดลงทันทีภายหลังการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จากป่าเป็นการ
ปลูกยางพาราและมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในแต่ละรอบการปลูกยางพารา โดยพบว่า ค่าดัชนี
คุณภาพความหลากหลายทางชีวภาพในดินในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 จะมีค่าต่ำที่สุดและมีความ
แตกต่างทางสถิติกับแปลงปลูกยางพารารอบที่ 1 และ 2 ทั้งนี้ การลดลงของความหลากหลายทาง
ชีวภาพในดิน มีผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของดินและการฟื้นฟูสภาพดิน เนื่องจากความหลากหลาย
ทางชีวภาพในดินมีส่วนช่วยให้ระบบนิเวศได้รับการฟื้นฟูตลอดจนส่งผลต่อการหมุนเวียนของ

