Page 142 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 142

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                        98




                       3. ผลกระทบระยะยาวของรอบการปลูกและอายุของยางพาราต่อความหลากหลายทางชีวภาพในดิน


                                     ศึกษาผลกระทบของการปลูกยางพาราเป็นพืชเชิงเดี่ยวจำนวน 3 รอบการปลูกต่อ
                       การเปลี่ยนแปลงความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในดิน โดยแบ่งชนิดของสิ่งมีชีวิตที่ทำการศึกษา

                       ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ สิ่งมีชีวิตในดินที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (macrofauna) ไส้เดือนฝอย

                       (nematode) และแบคทีเรีย (bacteria) เนื่องจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีส่วนสำคัญทั้งในการย่อยสลาย
                       เศษซากพืชในดิน ตลอดจนการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายธาตุอาหารในดิน (Chen et al., 2020)

                                 3.1 สิ่งมีชีวิตในดินที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (macrofauna)

                                     จากผลการศึกษากลุ่มของสิ่งมีชีวิตในดินที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (macrofauna)
                       โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ สิ่งมีชีวิตในดินที่กินสัตว์อื่นเป็นอาหาร (predator) สิ่งมีชีวิตที่กิน

                       เศษซากพืชเป็นอาหาร (litter transformer) สิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน (soil

                       engineer) และสิ่งมีชีวิตที่กินพืชเป็นอาหาร (phytophages) พบว่า พบสิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่ช่วย
                       ปรับปรุงโครงสร้างดิน (soil engineer) มากที่สุด โดยพบความแตกต่างทางสถิติของสิ่งมีชีวิตในดินใน

                       กลุ่ม Oligochaeta หรือไส้เดือนดิน กล่าวคือ จำนวนไส้เดือนดินที่พบจะมีปริมาณลดลงภายหลังจาก
                       การเปลี่ยนพื้นที่ป่าเป็นการปลูกยางพารา สอดคล้องกับ Guéi และ Tondoh (2012) ในการศึกษา

                       เปรียบเทียบจำนวนไส้เดือนดินในพื้นที่ป่าและพื้นที่ทำการเกษตร โดยพบว่า จำนวนประชากรของ

                       ไส้เดือนลดจำนวนลงจากการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ทั้งนี้ เนื่องจากไส้เดือนเป็น
                       สิ่งมีชีวิตที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีและกายภาพของดิน (Pauli et

                       al., 2011) โดยผลการศึกษายังแสดงให้เห็นว่า ในพื้นที่ปลูกยางพาราจะมีจำนวนสิ่งมีชีวิตในดินที่กิน
                       สัตว์อื่นเป็นอาหาร (predator) มากกว่าในพื้นที่ป่า โดยสิ่งมีชีวิตในดินที่กินสัตว์อื่นเป็นอาหารที่พบใน

                       การทดลองครั้งนี้ ได้แก่ Acaridae, Araneidae, Carabidae, Chilopoda, Dermaptera, Diplura,

                       Diptera และ Staphylinidae สอดคล้องกับ Haiqing และคณะ (2016) ที่ศึกษาจำนวนและ
                       ความหลากหลายของชนิดแมงมุมในพื้นที่ป่าเปรียบเทียบกับสวนยางพารา พบว่า ในสวนยางพารา

                       จะมีจำนวนแมงมุม (Araneidae) มากกว่าในพื้นที่ป่า ทั้งนี้ จากการประเมินค่าดัชนีความหลากหลาย

                       ของสิ่งมีชีวิตในดิน ซึ่งพบว่า พื้นที่ป่ามีค่าดัชนีความมากชนิด (richness index) ของสิ่งมีชีวิตในดิน
                       มากที่สุด และมีแนวโน้มว่า ในแปลงยางพาราช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) จะมีค่าดัชนีความ

                       มากชนิดของสิ่งมีชีวิตในดินมากกว่ายางพาราช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่า
                       ยางพาราที่มีอายุมากกว่าจะมีทรงพุ่มที่ชิดและมีการร่วงหล่นของเศษซากพืชมากกว่า (Walker et al.,

                       2010) ซึ่งเศษซากพืชเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งอาหารให้แก่สิ่งมีชีวิตในดิน และสอดคล้องกับ Tresch

                       และคณะ (2019) ซึ่งพบว่า ค่าดัชนีความมากชนิดของสิ่งมีชีวิตในดินจะมากขึ้นตามอัตราการย่อย
                       สลายของเศษซากพืช
   137   138   139   140   141   142   143   144   145   146   147