Page 33 - การใช้เทคโนโลยีการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) ตำบลบึงทองหลาง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี
P. 33
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
22
ธาตุอาหารรองปริมาณมาก และต้องการจุลธาตุปริมาณน้อย แต่หากได้รับธาตุใดธาตุหนึ่งมากเกินไป
จนเสียสมดุล การเจริญเติบโตจะผิดปกติและอาจเกิดเป็นพิษได้
3.3.3 ให้ปุ๋ยให้ถูกจังหวะเวลา (Right time) การเจริญเติบโตของพืชในแต่ละช่วงเวลามีความ
ต้องการธาตุอาหารในสัดส่วนที่แตกต่างกัน จึงต้องใช้ปุ๋ยเพื่อให้ธาตุอาหารถูกจังหวะเวลาที่พืชต้องการ
ขณะที่การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ต้องประเมินจังหวะเวลาของการสลายตัวและปลดปล่อยธาตุอาหารให้
เหมาะสม เพื่อให้พืชได้รับธาตุอาหารได้เต็มที่ และตรงช่วงเวลาที่ต้องการในการเจริญเติบโต
3.3.4 ใส่ในบริเวณที่ถูกต้อง (Right place) ด้วยวิธีที่ถูกต้อง ปุ๋ยเคมีเมื่อละลายธาตุอาหารจะ
เข้าสู่พืชผ่านทางราก หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมอาจถูกตรึงหรือตกตะกอนไม่เป็น
ประโยชน์ได้หรืออาจถูกชะละลายและสูญหายไปกับการกร่อนของดินได้ การใส่ปุ๋ยเคมีที่มี
ประสิทธิภาพคือใส่ในบริเวณที่จะเข้าสู่รากพืชได้ง่าย และควรกลบเพื่อลดการสูญเสียจากการละลาย
ไปกับน้ า ขณะเดียวกันการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่กับปุ๋ยเคมีจะช่วยให้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลด
ปัญหาการถูกตรึงและการชะละลายจนพ้นเขตรากพืชได้ ขณะเดียวกันปุ๋ยอินทรีย์จะช่วยปรับ
โครงสร้างดินให้ร่วนซุย รากพืชสามารถเจริญเติบโตได้ดีและดูดซึมธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.4 การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน (กรมพัฒนาที่ดิน, 2559)
ดินเกิดจากการผุพังของหินและแร่ผสมคลุกเคล้ากับอินทรียวัตถุ ภายใต้สภาพพื้นที่ สภาพ
ภูมิอากาศ และระยะเวลาในการสร้างตัวที่แตกต่างกัน ดินในแต่ละพื้นที่จึงมีสมบัติและลักษณะที่
แตกต่างกัน ความแตกต่างกันของสมบัติและลักษณะดินมีผลต่อความเหมาะสมของดินในการใช้
ประโยชน์ที่แตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วสมบัติของดินเป็นสมบัติที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ยากยกเว้น
สมบัติทางด้านความอุดมสมบูรณ์ของดินจะเปลี่ยนแปลงได้ง่ายและมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช
อย่างชัดเจน เช่น ปริมาณไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในดิน ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่พืช
ต้องการใช้มากและหมดไปจากดินได้ง่ายหากไม่มีการเพิ่มเติมให้กับดินในรูปของปุ๋ยต่างๆ นอกจากนี้
สมบัติด้านโครงสร้างและความแน่นทึบของดินก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากเกี่ยวพันกับการ
หมดไปของอินทรียวัตถุอย่างรวดเร็ว หากในการจัดการดินไม่มีการเพิ่มเติมอินทรียวัตถุให้กับดิน จะ
ท าให้ดินแน่นทึบ ความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารจะลดลง เนื่องจากรากพืชไม่สามารถแผ่กระจาย
ได้เท่าที่ควร เป็นเหตุให้ปุ๋ยต่างๆ ที่ใส่ให้กับพืชดูเหมือนไม่ได้ผลดังที่คาดหวังไว้
สมบัติที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายเหล่านี้มักเกิดในชั้นหน้าดิน ซึ่งเป็นส่วนที่รากพืชจะแผ่กระจายดูด
น้ าและธาตุอาหารขึ้นไปเพื่อการเจริญเติบโตของพืช ฉะนั้น หากดินในชุดเดียวกันแต่มีการจัดการดินที่
แตกต่างกัน จะท าให้ดินมีสมบัติที่แตกต่างกันได้ เช่น มีต้นทุนธาตุอาหารคงเหลือในดินที่แตกต่างกัน
เป็นต้น การจัดการปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ในดินที่มีสมบัติแตกต่างกัน ย่อมแตกต่างกันไปด้วย การ
ทราบถึงสภาพของสมบัติดินในปัจจุบัน จ าเป็นต้องมีการส ารวจตรวจสอบ และวิเคราะห์ดิน ทั้งนี้ หนึ่ง
ในการตรวจสอบสมบัติดินเบื้องต้น คือ การหาปริมาณธาตุอาหารในดิน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ
ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน
การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน คือ การตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างดิน เพื่อหาปริมาณธาตุอาหาร
หรือต้นทุนธาตุอาหารที่เหลืออยู่ในดิน เปรียบเทียบกับความต้องการธาตุอาหารพืชแต่ละชนิด เมื่อ
พบว่าต้นทุนธาตุอาหารที่มีในดินมีไม่เพียงพอ จึงให้ค าแนะน าการใช้ปุ๋ยในรูปของธาตุอาหารที่

