Page 48 - ข้าวขาวดอกมะลิ 105 อินทรีย์ในพื้นที่นำร่องจังหวัดสุรินทร์ สนับสนุนวาระแห่งชาติการใช้ปุ๋ยชีวภาพ
P. 48

39



                    การใชสารเคมีต่ํามีการตกคางของสารเคมีในพื้นที่นอย  แตเปนพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะไดรับผลกระทบ

                    จากสารเคมีทั้งในดานการปรับเปลี่ยนเปนการเพาะปลูกแบบเกษตรเคมีในอนาคต  การไดรับผลกระทบ
                    ดานการกระจายแทรกซึมของสารเคมีผานทางสภาพแวดลอมในอัตราเสี่ยงสูง    พื้นที่บริเวณนี้มักเปน

                    พื้นที่กําลังเติบโตของเมือง   หรือเปนพื้นที่เสี่ยงที่อาจเกิดภาวะน้ําทวม   หรือมีการไดรับผลกระทบจาก

                    สารเคมีการเกษตรและสารเคมีจากภาคอุตสาหกรรม   พื้นที่เพาะปลูกขาวหอมมะลิอินทรียที่สําคัญของไทย
                    ซึ่งอยูภายใตสภาพแวดลอมนี้ไดแก   พื้นที่เพาะปลูกขาวหอมมะลิอินทรียในจังหวัดอุบลราชธานี

                    สุรินทร  และยโสธร



                    การเปรียบเทียบและขอจํากัดในการพัฒนาเกษตรอินทรียของไทย


                                   จากการศึกษาการพัฒนาเกษตรอินทรียของประเทศตางๆ  รวมทั้งประเทศไทย เห็นไดวา

                    มีจุดเริ่มตนที่แตกตางกัน  อาทิ  ประเทศอิตาลีเริ่มตนจากตองการพัฒนาคุณภาพชีวิต  ประเทศอังกฤษ

                    เริ่มตนจากแรงผลักดันในการรักษาความอุดมสมบูรณของดิน   ประเทศเยอรมันนีมีจุดเริ่มตนจาก
                    การกระตุนดานการประชาสัมพันธ   และประเทศสวิสเซอรแลนดที่เปนประเทศที่กําเนิดแนวคิดดาน

                    เกษตรอินทรียเปนครั้งแรก   พัฒนาจากการตระหนักถึงนิเวศวิทยาในการผลิต  สวนประเทศสหรัฐอเมริกา

                    มีจุดเริ่มตนมาจากการพัฒนาดานการผลิตของเกษตรกร   เปนตน   ขณะที่ประเทศไทยนั้นมีที่มาของ
                    แนวคิดเกษตรอินทรียจากแรงจูงใจในการพัฒนาสินคาเพื่อตอบสนองตลาดสินคาเกษตรในประเทศนําเขา

                    ที่มีการพัฒนาดานเกษตรอินทรียที่สูงกวา

                                   จุดเริ่มตนแนวคิดดานเกษตรอินทรียของแตละประเทศนั้น   มีจุดเดนและจุดดอย

                    ในการพัฒนาที่แตกตางกัน   โดยความเชื่อมโยงระหวางการพัฒนาดานเกษตรอินทรียของไทยที่อยูใน

                    ระยะการพัฒนาภายใตภาวะการคาของโลกที่มีการเคลื่อนไหวแบบพลวัตรนั้น   มีความตองการตอบสนอง
                    ทางดานอุปสงคเปนตัวชี้นําอุปทาน   อยางไรก็ตามการพัฒนาดานการผลิตก็ยังมีขอจํากัดทําใหการพัฒนา

                    ดานอุปทานไมสอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงทางการตลาด   ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบการพัฒนามาตรฐาน

                    เกษตรอินทรีย  และนโยบายระดับรัฐของประเทศที่มีการพัฒนาเกษตรอินทรียระดับสูง (เชน  ประเทศ

                    ในกลุมสหภาพยุโรป)  กับประเทศไทยไดขอสังเกตดังตอไปนี้คือ

                                   1) แนวคิดเริ่มตนการพัฒนาดานเกษตรอินทรียที่มุงเนนสวนเหลื่อมการตลาดหรือ

                    ราคา  โดยละเลยหลักของการรักษาดุลของสิ่งแวดลอมการผลิตทําใหการพัฒนาเกษตรอินทรียของ

                    ประเทศไทยถูกจํากัด   เมื่อเผชิญกับปญหาดานการตลาด   ปญหาระดับการผลิตที่ไมประหยัดตอขนาด
                    หรือปญหาตนทุนเพิ่มจากการทําการเกษตรอินทรีย   และสงผลในการพัฒนาดานเกษตรอินทรียของไทย

                    ไมประสบความสําเร็จ

                                   2) มาตรฐานการจัดการฟารม  ระบบการจัดการฟารมเกษตรอินทรียของไทยยังมี

                    มาตรฐานต่ํา  เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่มีการพัฒนาดานเกษตรอินทรียเนื่องจาก
   43   44   45   46   47   48   49   50