Page 49 - ข้าวขาวดอกมะลิ 105 อินทรีย์ในพื้นที่นำร่องจังหวัดสุรินทร์ สนับสนุนวาระแห่งชาติการใช้ปุ๋ยชีวภาพ
P. 49

40



                                      2.1  ขาดการทําวิจัยที่มีระบบจากการขาดการสนับสนุนของภาครัฐ   และ

                                            ขาดนักวิทยาศาสตรที่มีความสนใจดานสิ่งแวดลอม

                                      2.2  ระดับการศึกษาของเกษตรกรสวนใหญอยูในระดับต่ํา  การพัฒนาระบบการผลิต

                                            ของเกษตรกรเองจึงมักเปนการลองผิดลองถูก   และขาดการบันทึกขอมูล

                                            ฟารมที่ถูกตอง

                                      2.3  ความซับซอนของระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรียทําใหมาตรฐานฟารม

                                            อินทรียสูงกวาการผลิตในฟารมทั่วไป   และการพัฒนาเกษตรกรเพื่อรองรับ

                                            บรรทัดฐานเกษตรอินทรียตองใชเวลาและการถายทอดองคความรูที่มากกวา
                                            การผลิตทั่วไป


                                   3)  รูปแบบประเพณีการดําเนินนโยบายของรัฐ   ความแตกตางของรูปนโยบายสินคา
                    เกษตรไทยที่เปนขอจํากัดในการพัฒนาดานเกษตรอินทรียสามารถพิจารณาไดดังนี้


                                      3.1  การดําเนินการแกไขปญหาอุปทานสวนเกินของผลผลิตเกษตรดวยการ
                                            สรางอุปสงคเทียม  หรือการพึ่งพาการขยายตลาดตางประเทศ  ทําใหแนวทาง

                                            การแกไขปญหาอุปทานสวนเกินดวยการลดปริมาณอุปทานเพื่อเพิ่ม

                                            ระดับราคาดุลยภาพไมไดถูกนํามาใชดังเชนประเทศในสหภาพยุโรปที่ใช

                                            แนวทางการจํากัดอุปทานโดยการสนับสนุนใหทําเกษตรอินทรีย

                                      3.2  การขาดการกระตุนใหตระหนักถึงคุณภาพของทรัพยากรพื้นฐานการผลิต

                                            เชน   ดิน  น้ํา   โดยการสงเสริมการใชปุยเคมีของรัฐ   ทําใหพื้นฐานแนวคิด
                                            ระบบการผลิตแบบอินทรียที่ใหความสําคัญกับสิ่งแวดลอมในการผลิตไม

                                            ถูกพัฒนาขึ้น


                                      3.3  แนวทางการแกปญหาสินคาเกษตรดวยการใหขอมูลขาวสารแก

                                            ผูบริโภคยังไมกวางขวาง  ทําใหแนวทางแกปญหาในปจจุบันไมสามารถ

                                            ขจัดปญหาการบิดเบือนพฤติกรรมของผูผลิตและผูบริโภคจากการ
                                            ไมทราบขอมูลการตลาดที่ถูกตอง



                                   4) การไมมีตัวแทนดานนโยบาย   จากการที่กลุมเกษตรอินทรียดําเนินกิจกรรม
                    ดานเกษตรอินทรียอยางเปนอิสระจากรัฐทั้งกิจกรรมการผลิต  การตลาด  และการกําหนดรูปแบบการจัดการ

                    ของกลุมทําใหขาดตัวแทนดานนโยบาย  (เชนการผลิตสินคาเกษตรชนิดนั้น  อาทิ  ขาวทั่วไป  มันสําปะหลัง

                    และน้ําตาล  มักมีสมาคมผูผลิตและผูแปรรูป  เพื่อเปนตัวแทนดานนโยบาย)  ที่จะนําแนวคิดมาขยายและ
                    ตอยอดเปนนโยบายเกษตรอินทรียของประเทศ
   44   45   46   47   48   49   50