Page 60 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 60
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
8) ธาตุแมงกานีส (Mn) 4.4.3 ปุ๋ยเคมีเสื่อมคุณภาพ
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุแมงกานีสต่อพืชได้มากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็นกรด ปุ๋ยเคมีเสื่อมคุณภาพ หมายความว่า ปุ๋ยเคมีที่ล่วงอายุ หรือถูกกระทบกระเทือนด้วยปัจจัยใดๆ อันทำให้
เป็นด่างของดิน (pH) ประมาณ 5.0-7.0 เสื่อมคุณภาพ โดยธาตุอาหารลดน้อยลงหรือเปลี่ยนสภาพไป
9) ธาตุสังกะสี (Zn) 4.4.4 ปุ๋ยอินทรีย์
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุสังกะสีต่อพืชได้มาก เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง เป็นสารประกอบที่ได้มาจากสิ่งที่มีชีวิตที่ผ่านกระบวนการผลิตตามธรรมชาติ ได้แก่ ปุ๋ยคอก
ของดิน (pH) ประมาณ 5.5-7.5 แต่ช่วงที่ละลายออกมาได้มากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และวัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม มีปริมาณธาตุอาหารพืชมากน้อยแตกต่างกันไป
(pH) ประมาณ 5.5-7.0 ตามวัสดุที่ใช้ทำปุ๋ย โดยปกติปุ๋ยอินทรีย์จะมีธาตุอาหารน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับปุ๋ยเคมี แต่มีคุณสมบัติที่ช่วย
10) ธาตุทองแดง (Cu) ให้ดินโปร่งและร่วนซุย ทำให้ดินมีการระบายน้ำดี การถ่ายเทอากาศดี ช่วยในการดูดซับน้ำและธาตุอาหาร
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุทองแดงต่อพืชได้มาก เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง ได้มากขึ้น มีกิจกรรมของจุลินทรีย์และสัตว์ในดินมาก เมื่ออินทรียวัตถุย่อยสลายตัวจะให้ธาตุอาหารพืช
ของดิน (pH) ประมาณ 5.5-7.5 แต่ช่วงที่ละลายออกมาได้มากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน 4.4.5 ปุ๋ยชีวภาพ
(pH) ประมาณ 5.5-7.0 เป็นปุ๋ยจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ สามารถสังเคราะห์ธาตุอาหารพืชได้ เช่น ไรโซเบียม หรือ
11) ธาตุโบรอน (B) ปลดปล่อยธาตุอาหารพืชที่อยู่ในรูปไม่เป็นประโยชน์ให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืชที่ปลูก เช่น ไมคอร์ไรซา
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุโบรอนต่อพืชได้มาก เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง 4.4.6 ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
ของดิน (pH) ประมาณ 5.5-7.5 และมีค่ามากกว่า 9.0 แต่ช่วงที่ละลายออกมาได้มากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็น เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ผ่านกระบวนการความร้อนเพื่อฆ่าสิ่งที่มีชีวิตก่อน แล้วนำเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นปุ๋ย
กรดเป็นด่างของดิน (pH) ประมาณ 5.5-7.0 ชีวภาพมาผสม และทำการหมักต่อไปจนกระทั่งจุลินทรีย์เจริญเติบโตเต็มที่ก่อนนำไปใช้
12) ธาตุโมลิบดินัม (Mo)
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุโมลิบดินัมต่อพืชได้มาก เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็น 4.5 สูตรปุ๋ยหมักและการคำนวณปุ๋ยใช้เอง
ด่างของดิน (pH) มากกว่า 5.5 แต่ที่ละลายออกมาได้มากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH) 4.5.1 สูตรปุ๋ย หมายถึง ปริมาณธาตุอาหารแต่ละชนิดที่มีอยู่ในปุ๋ย มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัม เช่น ปุ๋ย
มากกว่า 8.0 สูตร 20-10-10 หมายความว่า มีธาตุอาหารพืชอยู่ 40 กิโลกรัม ประกอบด้วย ไนโตรเจนทั้งหมด 20 กิโลกรัม
13) ธาตุคลอรีน (Cl) ฟอสฟอรัสที่เกิดประโยชน์ 10 กิโลกรัม และโพแทสเซียมที่ละลายน้ำ 10 กิโลกรัม และมีส่วนผสมอื่นๆ อีกใน
ธาตุคลอรีนในดินจะไม่ค่อยขาด เนื่องจากมีมากในดินเค็มที่ได้จากการสลายตัวของหินเกลือหรือ น้ำหนักปุ๋ย 100 กิโลกรัม
จากตะกอนน้ำทะเล ได้จากอากาศที่มากับฝนหรือจากน้ำชลประทาน เนื่องจากคลอรีนละลายน้ำได้ง่ายไม่ว่า
ดินนั้นเป็นดินกรดหรือดินด่าง 4.5.2 อัตราส่วนหรือเรโชปุ๋ย หมายถึง สัดส่วนอย่างต่ำของปริมาณธาตุอาหาร ไนโตรเจน :
ฟอสฟอรัส : โพแทสเซียม (N : P : K) ที่ มีอยู่ในปุ๋ยนั้น เช่น สัดส่วนปุ๋ย 1 : 1 : 1 หมายความว่า ในปุ๋ยนั้นมี
ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ในสัดส่วน 1 : 1 : 1
4.4 ปุ๋ย
4.5.3 หลักการคำนวณการใช้ปุ๋ยเคมี
ปุ๋ย เป็นสารอินทรีย์หรือสารอนินทรีย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือสังเคราะห์ขึ้น เมื่อใส่ลงไปในดินแล้ว
เป็นธาตุอาหารพืช หลักการใส่ปุ๋ยที่ควรยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ คือ เลือกชนิดปุ๋ยเคมีที่ถูกต้อง ใช้ในปริมาณ
ที่ เหมาะสม ใส่ในช่วงระยะเวลาที่พืชต้องการ และใส่ตรงบริเวณที่พืชนำไปใช้ได้ง่ายและเร็วที่สุด เนื่องจากพืช
4.4.1 ปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยอนินทรีย์ ต้องการธาตุอาหารที่แตกต่างกันตามช่วงเวลาของการเจริญเติบโต การออกดอก การติดผล และคุณภาพของ
เป็นสารประกอบที่ให้ธาตุอาหารพืชโดยผ่านกระบวนการผลิตทางเคมีและมีธาตุอาหารพืช ผลผลิต หากให้ปุ๋ยไม่เพียงพอและไม่ถูกต้องตามช่วงเวลา รวมทั้งชนิดธาตุอาหาร ที่พืชต้องการแล้ว ก็จะจำกัด
มากกว่าปุ๋ยอินทรีย์ การเจริญเติบโต การให้ผลผลิตและคุณภาพ การใส่ปุ๋ยควรใส่ตามสมบัติของดินและความต้องการธาตุอาหาร
4.4.2 ปุ๋ยเคมีมาตรฐาน ของพืช โดยใช้แม่ปุ๋ยมาผสมตามปริมาณธาตุอาหารพืชที่ต้องการ
ปุ๋ยเคมีมาตรฐาน หมายความว่า ปุ๋ยเคมีที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดสูตรและปริมาณขั้นต่ำหรือขั้น
สูงของธาตุอาหารหรือสารเป็นพิษ และลักษณะจำเป็นอย่างอื่นของปุ๋ยเคมีดังกล่าวแต่ละชนิด
32 คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
กรมพัฒนาที่ดิน

