Page 59 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 59
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
2) ธาตุฟอสฟอรัส (P)
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุฟอสฟอรัสต่อพืชมากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็น
ด่างของดิน (pH) ประมาณ 6.0-7.0 และมากกว่า 9.0
3) ธาตุโพแทสเซียม (K)
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุโพแทสเซียมต่อพืชได้มาก เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็น
ด่างของดิน (pH) มากกว่า 5.5 แต่ที่ละลายออกมาได้มากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH)
มากกว่า 6.
ระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH) กับการละลายธาตุอาหารพืชในดิน สรุปได้ดังนี้
ไนโตรเจน
ฟอสฟอรัส
โพแทสเซียม
โพแทสเซียม
ก ำมะถัน
แคลเซียม
แมกนีเซียม
เหล็ก
แมงกำนีส
โบรอน
ทองแดง สังกะสี
โมลิมดีนั่ม
ภาพแสดงระดับความเป็นกรดเป็นด่างของดินกับความเป็นประโยชน์ธาตุอาหารพืช
4) ธาตุแคลเซียม (Ca)
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุแคลเซียมต่อพืชมากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็น
ด่างของดิน (pH) ประมาณ 6.0-8.5
5) ธาตุแมกนีเซียม (Mg)
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุแมกนีเซียมต่อพืชได้มาก เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็น
ด่างของดิน (pH) ประมาณ 6.0-8.5 แต่ช่วงที่ละลายออกมาได้มากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างของ
ดิน (pH) ประมาณ 6.5-8.0
6) ธาตุกำมะถัน (S)
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุกำมะถันต่อพืชได้มาก เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง
ของดิน (pH) มากกว่า 5.5 แต่ที่ละลายออกมาได้มากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH)
มากกว่า 6.0
7) ธาตุเหล็ก (Fe)
การละลายและความเป็นประโยชน์ของธาตุเหล็กต่อพืชได้มาก เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง
ของดิน (pH) น้อยกว่า 6.0 แต่ที่ละลายออกมาได้มากที่สุด เมื่อมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH)
น้อยกว่า 5.0
คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร 31
กรมพัฒนาที่ดิน

