Page 247 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 247
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
12.5 ไฟป่าและการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร
12.5.1 การเกิดไฟป่าและการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร
ประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาโดยมุ่งเน้นความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจมีตัวชี้วัด
สำคัญ คือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) เป็นหลัก ซึ่งรายได้ของประเทศ
ได้มาจากการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมและด้านเกษตรกรรม พืชเศรษฐกิจทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่
ข้าว ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ซึ่งในการเพาะปลูกสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้ได้ผลผลิตสูงคือการ
เตรียมดินเพื่อทำการเพาะปลูกที่ต้องมีการถางพื้นที่เพื่อกำจัดวัชพืชและเศษพืชที่หลงเหลือจากการเก็บเกี่ยวใน
ฤดูกาลเพาะปลูกที่ผ่านมา การเตรียมพื้นที่อย่างง่าย สะดวก ประหยัดทั้งเงินและแรงงานที่เกษตรกรนิยมถือ
ปฏิบัติมานานคือ “การเผาในที่โล่ง” แม้ว่าจะมีเครื่องจักรมาใช้ไถกลบหน้าดินแล้วก็ตาม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มี
การทำนาปรัง ซึ่งจำเป็นต้องเร่งรีบในการเตรียมดินจึงใช้วิธีการเผาเป็นหลัก นับว่าเป็นการสร้างมลภาวะทาง
อากาศอย่างมากเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมในภาคการเกษตร
(สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 6, 2554)
การเผาในที่โล่ง หมายถึง การเผาไหม้ ไฟไหม้หรือไฟคุกรุ่นใด ๆ หรือการเผาวัสดุใด ๆ ที่เกิดขึ้นในที่
เปิดโล่ง โดยที่ฝุ่น ควัน ก๊าซ และสารพิษจากการเผาไหม้สามารถแพร่กระจายไปในบรรยากาศ สารมลพิษทาง
อากาศ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ สารอินทรีย์ระเหย รวมทั้งฝุ่นละออง ควัน เถ้า เขม่า ซึ่ง
ล้วนแต่มีผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผาหญ้าหรือขยะริมเส้นทางจราจรเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนนทำให้สูญเสียชีวิต
และทรัพย์สินมากมาย หมอกควันไฟทำให้มีการเพิ่มขึ้นของปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งส่งผล
กระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจและหลอดเลือดหัวใจอย่างมีนัยสำคัญ (Le et al., 2014) นอกจากนี้
การเผากลางแจ้งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่าเผาไหม้แหล่งทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่กว้าง
การเผาในที่โล่งเกิดจาก 3 กิจกรรมหลัก คือ การเผาขยะมูลฝอยจากชุมชน การเกิดไฟป่า และ
การเผาเศษพืชเศษวัสดุภาคการเกษตร ปัญหาการเผาเศษพืชเศษวัสดุภาคการเกษตรจากการติดตามตรวจสอบ
คุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา มีการตรวจพบปริมาณฝุ่นละอองสูงในช่วงฤดู
แล้งโดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่จังหวัดที่มีการทำการเกษตรมาก เช่น ปทุมธานี อยุธยา อ่างทอง ราชบุรี สระบุรี
กาญจนบุรี นครสวรรค์ เชียงใหม่ ขอนแก่น เป็นต้น เนื่องจากสภาวะอากาศที่แห้งและนิ่งทำให้ฝุ่นสามารถ
แขวนลอยอยู่ในบรรยากาศได้นานไม่ตกลงสู่พื้นดินและในช่วงเวลาดังกล่าวเกษตรกรจะทำการเผาเศษวัสดุเพื่อ
เตรียมพื้นที่สำหรับทำการเกษตรในช่วงฤดูฝน จึงเป็นสาเหตุของการเกิดปริมาณฝุ่นละอองสูงในช่วงฤดูแล้ง
จากการสำรวจชนิดและปริมาณเศษตอซังในพื้นที่การเกษตรของประเทศไทยในปี 2541 พบว่ามีปริมาณเศษตอซัง
ทั้งสิ้น 29.1 ล้านตันต่อปี และเมื่อคำนวณปริมาณการเกิดฝุ่นละอองจากการเผาเศษตอซังทั้งหมดจะเกิดฝุ่นละออง
ทั้งสิ้น 58,200 - 407,400 ตัน (การเผาเศษตอซัง 1 ตัน จะทำให้เกิดฝุ่นละอองปริมาณ 2 - 14 กิโลกรัม)
การเผาไหม้ทำให้เกิดหมอกควันข้ามแดนซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นภัยคุกคามทางสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ (Varkkey,
คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร 219
กรมพัฒนาที่ดิน

