Page 73 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 73
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
6.1.3 ด้ำนแผนที่และกำรให้บริกำร รุนแรงเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมโลก ดังนั้น จึงต้องมีการปรับแนวทางและวิธี
กรมพัฒนาที่ดินได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นหน่วยงาน ท างานด้านอนุรักษ์ดินและน้ า ให้สามารถด าเนินการได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยการดึงองค์กร
จัดเก็บและให้บริการแผนที่ภาพถ่ายออร์โธสี และข้อมูลทางแผนที่ที่เป็นผลผลิตจากโครงการจัดท าแผนที่ ปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ และผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในทุกระดับเข้ามามีส่วนร่วม
เพื่อการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและทรัพย์สินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ประเทศ และต้องให้ความส าคัญกับงานวิจัยด้านการจัดการความเสื่อมโทรมของที่ดินทุกสาขาอีกด้วย
ไทยทั้งหมด เพื่อให้บริการหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย ภาพถ่ายทางอากาศสีเชิงเลข มาตรา 6.1.5 ด้ำนกำรวิจัยและถ่ำยทอดเทคโนโลยีเพื่อกำรพัฒนำที่ดิน
ส่วน 1:25,000 ภาพถ่ายออร์โธสีเชิงเลข มาตราส่วน 1:4,000 และมาตราส่วน 1:25,000 แผนที่ภาพถ่าย กรมพัฒนาที่ดินได้ท าการศึกษาค้นคว้าวิจัยหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อจัดการดินมีปัญหา
ออร์โธสี มาตราส่วน 1:4,000 และมาตราส่วน 1:25,000 แผนที่เส้นชั้นความสูงเชิงเลข มาตราส่วน 1:4,000 ต่างๆ ให้มีความเหมาะสมต่อการเกษตรกรรมมาโดยล าดับ ปัจจุบันกรมพัฒนาที่ดินได้แบ่งสาขาการวิจัยเป็น
แบบจ าลองระดับสูงเชิงเลข มาตราส่วน 1:4,000 (ไม่ให้บริการเอกชน) และหมุดหลักฐานภาคพื้นดิน โดย 6 สาขา มีโครงการวิจัยที่ได้ด าเนินการจนเป็นผลส าเร็จแล้วจ านวน 3,009 โครงการ สามารถน ามา
แผนที่และข้อมูลทางแผนที่ได้ถูกน ามาใช้ประโยชน์ในการส ารวจและวางแผนการใช้ที่ดิน การส ารวจและท า ประยุกต์ใช้เผยแพร่และขยายผลสู่เกษตรกรให้เกิดผลในทางปฏิบัติในพื้นที่ ดังนี้
แผนที่ การท าส ามะโนที่ดิน การส ารวจและจัดท าแผนที่จ าแนกประเภทที่ดิน เขตที่เขา ภูเขา พื้นที่ความ 1) สาขาอนุรักษ์ดินและน้ า
ลาดชัน การพัฒนาแหล่งน้ าเพื่อการเกษตร การจัดวางระบบอนุรักษ์ดินและน้ า การจัดท าฐานข้อมูลพื้นที่ แนะน าส่งเสริมการปลูกพืชตามแนวระดับ ปลูกพืชสลับ ปลูกพืชคลุมดิน และปลูกพืช
เสี่ยงภัยและพื้นที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ พร้อมกันนี้ กรมพัฒนาที่ดินยังเปิดให้บริการแผนที่ภาพถ่ายออร์โธสี หมุนเวียนเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและการสูญเสียหน้าดิน รวมทั้งการจัดการดินบนพื้นที่สูง
และข้อมูลแผนที่แก่หน่วยงานภายนอก ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในแต่ละปีได้ให้บริการข้อมูลไม่น้อย พื้นที่ดอน โดยใช้มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ทั้งวิธีกลและวิธีพืชที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อป้องกันการ
กว่า 500,000 ระวาง (กรมพัฒนาที่ดิน, 2556ก) กร่อนของดิน ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ และแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดินและน้ า โดยเฉพาะ
6.1.4 ด้ำนกำรอนุรักษ์ดินและน้ ำและกำรปรับปรุงคุณภำพดิน วิธีพืช ได้มีการคัดเลือกพันธุ์หญ้าแฝกที่มีลักษณะเด่นในด้านการอนุรักษ์ดินและน้ า รวมถึงการศึกษาความ
สรุปผลการด าเนินงานตั้งแต่ปี 2506 ถึงปี 2556 รวม 50 ปี มีดังนี้ เหมาะสม ความทนทาน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในแต่ละภูมิภาค และในสภาพพื้นที่แบบต่างๆ ทั้งที่ลุ่ม ที่
1) การอนุรักษ์ดินและน้ าเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน สามารถให้บริการจัดท า ดอน และที่สูง การศึกษาผลของหญ้าแฝกต่อการกักเก็บน้ าและความชื้นในดิน เพื่อเป็นแนวทางการผลิตพืช
ระบบอนุรักษ์ดินและน้ าได้ 16.53 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 15.18 ของพื้นที่ปัญหาการชะล้างทั้งหมด จ าแนก ในสภาพแห้งแล้งและขาดแคลนน้ า โดยไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตพืชหลัก การเจริญเติบโต
เป็นวิธีกล ได้แก่ การปรับรูปแปลงนาลักษณะต่างๆ การสร้างบ่อดักตะกอนดินและบ่อน้ าในไร่นา การท าคัน ของหญ้าแฝกในสภาพพื้นที่ดินมีปัญหา อาทิ ดินเปรี้ยวจัด คือ พันธุ์สุราษฎร์ธานี ศรีลังกา และ
ดิน และการท าคันคูรับน้ าขอบเขา ด าเนินการได้ 5.99 ล้านไร่ และวิธีพืช โดยศึกษาวิจัยพัฒนาและรณรงค์ ประจวบคีรีขันธ์ ดินเค็ม คือ พันธุ์ก าแพงเพชร 2 ศรีลังกา ประจวบคีรีขันธ์ และพันธุ์ก าแพงเพชร 1 รวมถึง
ส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกตามพระราชด าริ ด าเนินการได้ 3,357.56 ล้านกล้า ครอบคลุมพื้นที่ที่มีปัญหาการ การประยุกต์ใช้หญ้าแฝกในการบ าบัดน้ าเสีย ลดปัญหามลภาวะสารพิษจากกองขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อม
ชะล้างพังทลายของดิน ประมาณ 10.54 ล้านไร่ (ตารางที่ 6.1) (กรมพัฒนาที่ดิน, 2556ก)
2) การปรับปรุงบ ารุงดินเพื่อฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม โดยส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ลดการใช้ 2) สาขาปรับปรุงบ ารุงดิน
สารเคมีทางการเกษตรครอบคลุมทั้งประเทศ รวมพื้นที่ประมาณ 73.22 ล้านไร่ และปรับปรุงคุณภาพดินในพื้น (1) การฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาดินเค็ม สามารถท าให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ตามความ
ที่ดินปัญหาไม่น้อยกว่า 7.02 ล้านไร่ ได้แก่ การปรับปรุงพื้นที่ดินเปรี้ยวโดยใช้ปูนมาร์ล 1.53 ล้านไร่ คิดเป็น เหมาะสมของระดับความเค็มที่เกิดขึ้นในไร่นา และสามารถลดระดับความรุนแรงของปัญหาดินเค็มลงได้
ร้อยละ 24.51 ของพื้นที่ที่มีปัญหา การปรับปรุงพื้นที่ดินเค็มโดยการปลูกไม้ยืนต้น และสร้างคันคูระบายน้ า โดยจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ด าเนินการ 2 ด้าน คือ
เพื่อชะล้างเกลือออกจากผิวดิน 4.96 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 34.48 ของพื้นที่ที่มีปัญหา และการปรับปรุงพื้น (1.1) ให้ค าแนะน าส่งเสริมการป้องกันการเกิดการแพร่กระจายดินเค็ม โดยการ
ที่ดินกรดโดยใช้โดโลไมท์ 0.53 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.56 ของ พื้นที่ที่มีปัญหา (ตารางที่ 6.1) ปลูกไม้โตเร็วที่ใช้น้ ามาก เพื่อลดระดับน้ าใต้ดิน พื้นที่ดินเค็มชายทะเล ท าการล้างดิน สร้างคูคลองระบายน้ า
3) การพัฒนาที่ดินในพื้นที่เฉพาะ ด าเนินการปรับปรุงบ ารุงดินด้วยปุ๋ยพืชสดและการ และสร้างแนวป้องกันน้ าเค็ม
บ ารุงรักษาระบบการอนุรักษ์ดินและน้ าในที่ลุ่ม ตามโครงการผลิตข้าวหอมมะลิมาตรฐานเพื่อการส่งออกใน (1.2) ให้ค าแนะน าส่งเสริมการใช้ประโยชน์พื้นที่ดินเค็มน้อยและเค็มปานกลาง
เขตทุ่งกุลาร้องไห้ การพัฒนาลุ่มน้ าทะเลสาบสงขลาโดยการอนุรักษ์ดินและน้ าเพื่อป้องกันการชะล้าง โดยการจัดการดิน น้ า และพืช เช่น ปรับปรุงดินเค็มที่มีปัญหาด้านความอุดมสมบูรณ์ต่ า และสูญเสียความชื้น
พังทลายของดิน การอนุรักษ์ดินและน้ าในพื้นที่นาร้างเพื่อการเกษตรแบบผสมผสาน การฟื้นฟูพื้นที่ที่ผ่าน ได้ง่าย ด้วยการใช้วัสดุปรับปรุงดิน เช่น ปุ๋ยหมัก แกลบ ปุ๋ยพืชสดโดยเฉพาะ โสนอัฟริกัน ใช้พันธุ์พืชทนเค็ม
การเลี้ยงกุ้งกุลาด า การก่อสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ าและระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ าแม่ เช่น พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ทนเค็มได้ปานกลาง ส่วนพื้นที่ดินเค็มจัด แนะน าส่งเสริมให้มีการใช้
ตาว และการพัฒนาพื้นที่ทุ่งสัมฤทธิ์โดยการปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด และการจัดท าระบบอนุรักษ์ดินและ ประโยชน์พื้นที่ด้วยการปลูกพืชทนเค็ม เช่น อะคาเซีย หญ้าทนเค็มชนิดต่างๆ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม พืชที่
น้ า ปลูกสามารถน ามาเป็นไม้ใช้สอย และเป็นพืชอาหารสัตว์ เป็นต้น
จากผลการด าเนินงานที่ผ่านมาจะพบว่า มีปัญหาด้านทรัพยากรดินเสื่อมโทรมที่กรม (2) การจัดการพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด ส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ในการท านาปลูกข้าว แต่ให้
พัฒนาที่ดินต้องด าเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่องอีกเป็นจ านวนมาก รวมทั้งปัจจุบันปัญหาดังกล่าวมีความ ผลผลิตข้าวต่ าถึงต่ ามาก เพียง 200-300 กิโลกรัมต่อไร่ กรมพัฒนาที่ดินได้ท าการศึกษาวิจัย พบว่า สามารถ
58 สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

