Page 34 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 34
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ใต้ดิน ในฤดูแล้งเกิดการสะสมเกลือในลักษณะคราบเกลือกระจัดกระจายทั่วไปตามผิวดิน ภาคอีสานเรียกว่า
เกลือสินเธาว์ ส่วนใหญ่เป็นเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) มีเนื้อที่ 11,506,882 ไร่ เนื่องจากปริมาณ
เกลือในดินเค็มเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ง่ายตามสภาพพื้นที่ พืชพรรณธรรมชาติที่ขึ้นปกคลุม และสภาพทาง
อุทกวิยา ดังนั้นเพื่อให้ง่ายในการจัดการ จึงใช้ปริมาณของคราบเกลือที่ปรากฏบริเวณผิวดินเมื่อดินแห้ง
จ าแนกระดับความเค็มที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชเป็น 3 ระดับ ดังนี้
(3.1) ดินเค็มมาก ในฤดูแล้งจะพบคราบเกลือปรากฏบนผิวดินมากกว่าร้อย
ละ 10 ของพื้นที่ บริเวณเหล่านี้ถ้าน ามาใช้ปลูกพืชจะไม่ค่อยได้ผล จึงมักปล่อยทิ้งไว้ให้รกร้างว่างเปล่า มี
เนื้อที่ 332,251 ไร่
(3.2) ดินเค็มปานกลาง พบคราบเกลือบริเวณผิวดินน้อยกว่าร้อยละ 10
ของพื้นที่ บริเวณเหล่านี้พอใช้ปลูกพืชได้แต่ต้องมีการจัดการดินที่เหมาะสม จะสามารถให้ผลผลิตได้ดี มีเนื้อ
ที่ 3,836,342 ไร่
(3.3) ดินเค็มน้อย พบคราบเกลือบริเวณผิวดินน้อยกว่าร้อยละ 1 ของพื้นที่
ได้รับอิทธิพลจากน้ าใต้ดินที่เป็นน้ ากร่อยหรือน้ าเค็มที่สัมผัสกับชั้นหินเกลือ แต่ลึกมากกว่า 2 เมตรจากผิว
ดิน บริเวณเหล่านี้ถ้ามีการใช้ที่ดินอย่างไม่เหมาะสม เกลือจากน้ าใต้ดินมีโอกาสที่จะแพร่กระจาย ท าให้แปร
สภาพไปเป็นดินเค็มปานกลางหรือดินเค็มมากได้ มีเนื้อที่ 7,338,289 ไร่
2) ดินทรำยจัด (Sandy soil) เป็นดินที่มีข้อจ ากัดทางกายภาพ เนื่องจากมีเนื้อดินบน
เป็นดินทราย (Sandy) หรือดินทรายปนดินร่วน (Loamy sand) มีอนุภาคขนาดทรายเป็นองค์ประกอบ
มากกว่าร้อยละ 85 เกิดเป็นชั้นหนามากกว่า 50 เซนติเมตร จากผิวดิน หรืออาจพบเป็นชั้นหนามากกว่า
100 เซนติเมตรจากผิวดิน การที่เนื้อดินส่วนใหญ่เป็นทรายจัดท าให้ดินมีข้อจ ากัดส าคัญ คือ ดินมีความอุดม
สมบูรณ์ต่ ามาก มีการระบายน้ าดีมากเกินไป ความสามารถในการอุ้มน้ าและการดูดซับธาตุอาหารต่ า เก็บน้ า
ไว้ไม่อยู่ ท าให้พืชขาดน้ า และเกิดการกร่อนได้ง่าย ดินทรายพบทั้งในพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ดอนทั่วทุกภาคของ
ประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 12,769,833 ไร่ จ าแนกได้ 3 ประเภทคือ
(1) ดินทรำยในพื้นที่ลุ่ม เกิดจากตะกอนทราย ตะกอนดินเนื้อหยาบ หรือตะกอน
ทรายชายฝั่งทะเลที่ทับถมในที่ลุ่ม พบทั่วไปในพื้นที่ชายทะเลที่เป็นหาดและสันทราย มีเนื้อที่ 3,021,092 ไร่
ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 23 และ 24
(2) ดินทรำยจัดในพื้นที่ดอนที่ไม่มีชั้นดำนอินทรีย์ (Spodic horizon) เกิดจาก
ตะกอนทราย และการสลายตัวของหินทราย หินควอร์ตไซต์ ที่มีปริมาณแร่ควอร์ต (Quartz) สูง พบบริเวณ
พื้นที่ลาดเชิงเขาของภูเขาหินตะกอนเนื้อหยาบ สันดินริมน้ า และลานตะพักล าน้ าสองข้างฝั่งของแม่น้ า ส่วน
ใหญ่ใช้ปลูกพืชไร่ เช่น มันส าปะหลัง สับปะรด มีเนื้อที่ 9,162,955 ไร่ ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ 41 43 และ 44
(3) ดินทรำยจัดในพื้นที่ดอนที่มีชั้นดำนอินทรีย์ จะมีลักษณะเฉพาะตัว คือช่วงชั้น
ดินตอนบนจะเป็นทรายสีขาว ถัดลงไปในระดับความลึกประมาณ 60-80 เซนติเมตร จะพบชั้นทรายสี
น้ าตาลปนแดงหรือน้ าตาลเข้ม ซึ่งมีลักษณะเป็นดานแข็ง เกิดจากการสะสมหรือตกตะกอนของสารประกอบ
พวกเหล็ก – ฮิวมัส จึงเกิดเป็นชั้นออกไซด์ในชั้นดินล่างที่เรียกชั้นดานอินทรีย์ขึ้น ข้อจ ากัดส าคัญคือ ดิน
ตอนบนขาดแร่ธาตุอาหารอย่างรุนแรง ในฤดูแล้งขาดน้ า ส่วนฤดูฝนน้ ามักแช่ขัง เนื่องจากน้ าซึมผ่านชั้นดาน
อินทรีย์ไปได้ช้า และมีน้ าใต้ดินอยู่ค่อนข้างตื้น ท าให้พืชที่ปลูกโดยเฉพาะไม้ยืนต้นไม่ค่อยเจริญเติบโต ดิน
ทรายประเภทนี้ส่วนใหญ่จะพบตามชายฝั่งทะเลของภาคใต้และภาคตะวันออก มีเนื้อที่ 585,786 ไร่ ได้แก่
กลุ่มชุดดินที่ 42
สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย 19
กรมพัฒนาที่ดิน

