Page 100 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 100
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด พืชอนุรักษ์ดินและน้ า พืชปรับปรุงบ ารุงดิน หญ้าแฝกสายพันธุ์ต่างๆ เป็นต้น และ
ขับเคลื่อนงานศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินและเกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
2) ศูนย์วิจัยฯ ได้ก่อสร้างอาคารฝึกอบรม มีห้องประชุม และห้องพักขนาด 150 คน
ปรับปรุงอาคารแสดงนิทรรศการ ระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ประปา บ่อบาดาล ป้ายบอกทาง และ
เส้นทางท่องเที่ยว รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม เพื่ออ านวยความสะดวกให้ผู้เข้าเยี่ยม
ชมและผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์อย่างเบ็ดเสร็จทั้งด้านวิชาการพัฒนาที่ดิน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง
เกษตรที่สมบูรณ์แบบ ซี่งในอนาคตจะพัฒนาให้เป็นศูนย์วิจัยด้านการอนุรักษ์ดินและน้ าระดับนานาชาติ
6.2.6 สรุปกำรจัดกำรควำมเสื่อมโทรมของที่ดินตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง
จากผลการด าเนินงานของศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินที่กล่าวมา
สามารถน ามาวิเคราะห์และสรุปตามตัวชี้วัดเกี่ยวกับคุณลักษณะและเงื่อนไขการน าหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการจัดการความเสื่อมโทรมของที่ดินได้เป็นผลส าเร็จ ดังนี้
1) ด้ำนควำมพอประมำณ ท าการฟื้นฟูทรัพยากรดินในศูนย์วิจัยฯ โดยน าเทคโนโลยีของ
กรมพัฒนาที่ดินมาประยุกต์ใช้ในการป้องกันความเสื่อมโทรมของที่ดินและแก้ไขดินปัญหา โดยยึดหลักความ
พอประมาณในการใช้ประโยชน์ที่ดินตามความเหมาะสมกับก าลังผลิตของดิน มีการจัดสรรพื้นที่เกษตรกรรม
และแหล่งน้ าให้สมดุลเพียงพอส าหรับการใช้ในพื้นที่ของตนเอง เน้นการปลูกพืชในระบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อ
สร้างผลผลิตทางการเกษตรในระดับพอประมาณแต่มีคุณภาพ ไม่เน้นการผลิตพืชเชิงเดี่ยวที่มุ่งการค้าและ
การใช้สารเคมีที่อาจท าลายดินและสภาพแวดล้อม
2) ด้ำนควำมมีเหตุผล ศูนย์วิจัยฯ เลือกใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง มีต้นทุนต่ า มา
ท าเป็นแปลงสาธิตและจุดเรียนรู้ที่เกษตรกรยอมรับและปฏิบัติตามได้ง่าย โดยตั้งอยู่บนหลักของการมีเหตุ
และผลอย่างพอเพียง ในการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ า การแก้ไขฟื้นฟูตามสมบัติของดินในแต่ละแปลง
และตามสภาพการใช้ประโยชน์ อาทิเช่น การปลูกหญ้าแฝกเพื่อแก้ปัญหาดินตื้น การใช้ปุ๋ยอินทรีย์
คุณภาพสูงร่วมกับการใช้สมุนไพรและน้ าสกัดชีวภาพในการก าจัดศัตรูพืชเพื่อผลิตอาหารที่ปลอดภัย ใช้
ระบบปลูกพืชหมุนเวียนหลากหลายชนิดเพื่อปรับปรุงดิน ป้องกันการระบาดของโรคแมลง และลดความ
เสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
3) กำรสร้ำงระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี มีการจัดท าแผนแม่บทของศูนย์วิจัยฯ ทั้งในระยะ
สั้นและระยะยาว เพื่อวางแผนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม โดยลดแนวทางการปฏิบัติด้านการใช้ปุ๋ยเคมีและ
สารเคมีทางการเกษตรที่อาจก่อให้เกิดมลพิษทางดินและปัญหาความเสื่อมโทรมของที่ดินตามมา เป็นการ
สร้างระบบภูมิคุ้มกันจากการใช้ประโยชน์ทรัพยากรดินของศูนย์วิจัยฯ ซึ่งไม่ได้อยู่ในรูปตัวเงิน แต่อยู่ในรูป
ของการสะสมทรัพย์ คือ มูลค่าเพิ่มที่ได้จากเนื้อไม้ยืนต้นและไม้ใช้สอย พวกไม้สัก ไม้มะค่า ยางนา ประดู่ ไม้
ไผ่ ฯลฯ รวมถึงการมีสภาพแวดล้อมที่ดี ที่ดินมีคุณภาพดีขึ้น พยายามพึ่งตนเองทั้งในด้านพลังงานทดแทน
เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จ าเป็น และเป็นการน าสิ่งที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
4) เงื่อนไขควำมรู้ ศูนย์วิจัยฯ ได้น าองค์ความรู้จากงานวิจัยในสาขาต่างๆ มาปรับปรุง
คุณภาพของดินอยู่เสมอ และใช้เงื่อนไขความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาตะวันออกตามแนวพระราชด าริที่
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานไว้
ซึ่งสามารถใช้แก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของที่ดินในศูนย์ฯ ได้อย่างเหมาะสม อาทิ การใช้จุลินทรีย์
ปรับปรุงสภาพดิน การท าปุ๋ยหมักสูตรพระราชทานของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การใช้เศษวัสดุทางการเกษตรท าปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง การปลูกหญ้า
สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย 85
กรมพัฒนาที่ดิน

