Page 47 - การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกผักในพื้นที่โครงการหลวง
P. 47

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





                                                                                                        37


                   ตารางที่ 20  ปริมาณฟอสฟอรัสที่ผักกาดหวานได้รับและประสิทธิภาพการดูดใช้ฟอสฟอรัสจากปุ๋ยแต่ละ

                              ต ารับการทดลองของผักกาดหวาน พ.ศ. 2557

                         อัตราการใส่ปุ๋ย (กก./ไร่)     P ที่สะสมในส่วนเหนือ  (P)  L1  ประสิทธิภาพการดูด

                   ต ารับที่   N     P O      K O       ดินทั้งหมด (กก./ไร่)            ใช้ P จากปุ๋ย (%) L2
                                      2 5
                                                2
                     1         0       0        0             0.90
                     2      153.60  76.80  76.80              1.29             0.39           1.16

                     3       38.36  26.86  41.09              1.31             0.41           3.49
                     4       8.32      0        0             1.22             0.32
                     5       11.56     0        0             1.08             0.18

                     6       10.00  5.00      5.00            1.21             0.31           14.22

                   หมายเหตุ :  L1 (P) ปริมาณฟอสฟอรัสที่ผักกาดหวานได้รับจากการใส่ปุ๋ยเคมี = ผลต่างของปริมาณ
                              ฟอสฟอรัสที่สะสมในส่วนเหนือดินทั้งหมดของผักที่ได้รับการใส่ปุ๋ยเคมีฟอสฟอรัสแต่ละอัตรา
                              กับปริมาณฟอสฟอรัสที่สะสมในส่วนเหนือดินทั้งหมดของผักที่ไม่ได้รับการใส่ปุ๋ยเคมี

                              ฟอสฟอรัส
                              L2 ประสิทธิภาพการใช้ P จากปุ๋ยของผัก = (P) x 100 / อัตราการใส่ P

                          ส่วนของปริมาณการสะสมโปแตสเซียมในส่วนเหนือดินทั้งหมดในการทดลองปี พ.ศ. 2557 พบว่า

                   ผักกาดหวานที่ไม่ได้รับการใส่ปุ๋ยเคมีในต ารับที่ 1 มีการสะสมโปแตสเซียมในส่วนเหนือดินทั้งหมด 7.60
                   กิโลกรัมต่อไร่ แสดงว่าพืชชนิดนี้สามารถดูดใช้โปแตสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ในดินตามธรรมชาติ 7.60
                   กิโลกรัมต่อไร่ ส าหรับผักกาดหวานที่ได้รับปุ๋ยต ารับที่ 4 และ 5 มีการสะสมโปแตสเซียมในส่วนเหนือดิน

                   ทั้งหมด 8.32 และ 8.48  กิโลกรัมต่อไร่ตามล าดับ ซึ่งการเพิ่มของโปแตสเซียมที่สะสมในส่วนเหนือดิน
                   ทั้งหมดของผักกาดหวานที่ได้รับการใส่ปุ๋ยต ารับที่ 4 และ 5 น่าจะเป็นผลของไนโตรเจนในปุ๋ยซึ่งกระตุ้น
                   การเจริญเติบโตของรากเช่นเดียวกับที่ Yeshiwas  et  al.  (2018)  ได้ท าการศึกษาไว้ในผักสลัด ท าให้
                   ผักกาดหวานที่ได้รับปุ๋ยต ารับที่ 4 และ 5 ดูดใช้โปแตสเซียมจากดินได้มากขึ้น ส าหรับการใส่ปุ๋ยในต ารับที่
                   2 3 และ 6 ซึ่งผลการทดลองพบว่ามีการสะสมโปแตสเซียมในส่วนเหนือดินทั้งหมด 9.80 9.11 และ 8.65

                   กิโลกรัมต่อไร่ตามล าดับ ซึ่งสูงกว่าการสะสมโปแตสเซียมในส่วนเหนือดินทั้งหมดของผักกาดหวานในต ารับ
                   ที่ 1 ซึ่งไม่ได้รับการใส่ปุ๋ย 29 20 และ 13 เปอร์เซ็นต์ตามล าดับ ปริมาณการสะสมโปแตสเซียมในผักกาด
                   หวานที่ได้รับปุ๋ยเคมีทั้ง 3 ต ารับแตกต่างจากผักกาดหวานที่ไม่ได้รับปุ๋ยเคมีเพียง 2.20  1.51  และ 1.05

                   กิโลกรัมต่อไร่ตามล าดับ หากถือว่าผักกาดหวานที่ได้รับปุ๋ยเคมีต ารับที่ 2 3 และ 6 มีความสามารถในการ
                   ดูดใช้โปแตสเซียมจากดินได้ไม่ต่างจากผักกาดหวานในต ารับที่ 1 การสะสมโปแตสเซียมที่เพิ่มขึ้นในผักกาด
                   หวานที่ได้รับการใส่ปุ๋ยโปแตสเซียม คือ โปแตสเซียมที่ผักกาดหวานได้รับจากปุ๋ยที่ใส่ จึงกล่าวได้ว่าการดูด
   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52