Page 52 - การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกผักในพื้นที่โครงการหลวง
P. 52
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
42
จากผลการทดลองในปี พ.ศ. 2556 พบว่า การใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 3 คือใส่ปุ๋ยตามค าแนะน าจาก
คู่มือการปลูกผักบนพื้นที่สูงของมูลนิธิโครงการหลวง เป็นต ารับการทดลองที่ให้ผลผลิตผักกาดหวานหลัง
การตัดแต่งดีที่สุดท าให้มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจดีที่สุด ในขณะที่ผลการทดลองในปี พ.ศ. 2557 พบว่า
การใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 6 คือประเมินอัตราการใส่ปุ๋ยจากค่าวิเคราะห์ดินตามค าแนะน าของผักกินใบของกรม
วิชาการเกษตรเป็นต ารับการทดลองที่มีแนวโน้มให้ผลผลิตผักกาดหวานหลังการตัดแต่งดีที่สุดท าให้มี
ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจดีที่สุด เมื่อน าทั้งสองต ารับมาเปรียบเทียบกันพบว่าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 6 ใช้ปุ๋ย
ในปริมาณที่น้อยกว่าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 3 และเมื่อน ามาเปรียบเทียบกับการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 4 ซึ่งเป็น
ต ารับการทดลองที่ใช้ปุ๋ยน้อยที่สุดพบว่าการให้ผลผลิตหลังการตัดแต่งไม่แตกต่างกันในทางสถิติแต่หากจะ
น าการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 4 มาเป็นแนวทางในการแนะน าให้เกษตรกรแล้วยังเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเพราะการใส่
ปุ๋ยในต ารับที่ 4 ต้องอาศัยข้อมูลหลายอย่างที่น ามาประกอบการประเมินอัตราปุ๋ยซึ่งข้อมูลเหล่านั้นยัง
ต้องการการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม ในขณะที่การใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 6 นั้นต้องการข้อมูลที่น ามาประกอบการ
ประเมินอัตราปุ๋ยที่น้อยกว่าและข้อมูลส่วนใหญ่มีการศึกษาวิจัยเอาไว้แล้ว
ดังนั้นการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 6 จึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการน ามาใช้เป็นแนวทางในการแนะน า
การใช้ปุ๋ยเคมีในการเพาะปลูกให้กับเกษตรกร และได้น ามาใช้เป็นต ารับการทดลองที่ 2 ในการทดลองปลูก
ผักกาดหวานในปี พ.ศ. 2558
3. ผลการทดลองในปี พ.ศ. 2558
3.1 ผลการวิเคราะห์ดิน
การวิเคราะห์ดินก่อนปลูกในปี พ.ศ. 2558 ได้ท าการวิเคราะห์ดินจากแปลงทดลองทั้ง 3 แปลง
โดยน าตัวอย่างดินที่เก็บไปวิเคราะห์ด้วยวิธีการในห้องปฏิบัติการและใช้ชุดตรวจดินภาคสนามของกรม
พัฒนาที่ดิน (LDD Test Kit) ในการวิเคราะห์ควบคู่ไปด้วย และน าค่าวิเคราะห์ดินที่ได้จากชุดตรวจดินภาคสนาม
ของกรมพัฒนาที่ดิน (LDD Test Kit) ไปใช้ในการประเมินอัตราการใส่ปุ๋ยในต ารับที่ 2 ดังแสดงไว้ในตาราง
ที่ 23
การทดลองในครั้งนี้ท าการเก็บตัวอย่างดินและท าการวิเคราะห์ก่อนปลูกเท่านั้นไม่ได้มีการ
ด าเนินการเก็บตัวอย่างดินหลังการเก็บเกี่ยวเนื่องจากขอบเขตของการศึกษาเน้นในเรื่องของอัตราปุ๋ยที่
เหมาะสมกับคุณภาพดินและความต้องการธาตุอาหารของพืชเป็นหลัก

