Page 49 - การใช้ประโยชน์ของชุดตรวจดินภาคสนามสำหรับให้คำแนะนำปุ๋ยในการปลูกผักในพื้นที่โครงการหลวง
P. 49
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
39
ในพื้นที่ปลูกผักกาดหวานมีการปรับปรุงบ ารุงดินอย่างสม่ าเสมอดังเช่นที่ ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่ง
หลวงความจ าเป็นในการใส่ปุ๋ยเคมีก็จะลดลงซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของเนตรดาว (2547) ดังนั้นผักกาด
หวานที่ปลูกในปี พ.ศ. 2557 จึงไม่ตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยเคมีอย่างมีนัยส าคัญเมื่อการใส่ปุ๋ยเคมีแต่ละ
ต ารับไม่มีความแตกต่างกันในทางสถิติ
2.6 ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
เมื่อพิจารณาถึงต้นทุนการผลิตผักกาดหวานในปี พ.ศ. 2557 เรื่องการเตรียมแปลงปลูก การดูแล
รักษา การเก็บเกี่ยว ในทุกต ารับมีค่าใช้จ่ายเท่ากันยกเว้นต ารับที่ 1 ซึ่งไม่มีต้นทุนในเรื่องของค่าแรงในการ
ใส่ปุ๋ยและค่าปุ๋ยเคมี โดยต ารับที่มีการลงทุนค่าปุ๋ยมากที่สุดคือ ต ารับที่ 2 รองลงมาได้แก่ ต ารับที่ 3 6 5
และ 4 ตามล าดับเช่นเดียวกับในปี พ.ศ. 2556 เมื่อรวมค่าใช้จ่ายต่อไร่ พบว่า การใส่ปุ๋ยต ารับที่ 2 เป็น
ต ารับที่มีค่าใช้จ่ายมากที่สุด รองลงมาได้แก่ ต ารับที่ 3 6 5 4 และ 1 ตามล าดับเช่นกัน ส าหรับต ารับที่มี
มูลค่าผลผลิตต่อไร่มากที่สุดคือ ต ารับที่ 6 รองลงมาได้แก่ ต ารับที่ 3 2 4 5 และ 1ตามล าดับ ต ารับที่มี
ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อกิโลกรัมที่มากที่สุดคือ ต ารับที่ 2 รองลงมาได้แก่ ต ารับที่ 3 5 4 1 และ 6
ตามล าดับ ต ารับที่มีผลตอบแทนเหนือค่าใช้จ่ายผันแปรที่มากที่สุดคือ ต ารับที่ 6 รองลงมาได้แก่ ต ารับที่ 3
4 5 1 และ 2 ตามล าดับ และต ารับที่มีผลประโยชน์ต่อการลงทุน (B:C ratio) มากที่สุดคือ ต ารับที่ 6
รองลงมาได้แก่ต ารับที่ 1 4 5 3 และ 2 โดยมีอัตราส่วนเท่ากับ 3.54 3.37 3.24 3.09 2.56 และ 0.79
ตามล าดับ
จากข้อมูลด้านต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจดังกล่าวข้างต้น พบว่า ในปี พ.ศ.
2557 ค่าปุ๋ยยังเป็นตัวก าหนดต้นทุนการผลิตผักกาดหวานเช่นเดียวกับในปี พ.ศ. 2556 ซึ่งผันแปรตาม
ปริมาณของปุ๋ยที่ใช้ท าให้ต ารับที่ 2 มีค่าใช้จ่ายต่อไร่และค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อกิโลกรัมมากที่สุด โดย
ต ารับที่ 6 เป็นต ารับที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจดีที่สุด เนื่องจากเป็นต ารับที่มีต้นทุนต่ า มีผลตอบแทน
เหนือค่าใช้จ่ายผันแปรและผลประโยชน์ต่อการลงทุน (B:C ratio) มากที่สุด ดังแสดงไว้ในตารางที่ 22

