Page 47 - การจัดการปุ๋ยหมักและปุ๋ยชีวภาพร่วมกับน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเพิ่มผลผลิตมะละกอฮอลแลนด์ในดินทราย
P. 47

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





                                                                                                       37


                       ตามล าดับ  ให้ผลผลิตดีที่สุด 12.48 ตันต่อไร่  แต่เมื่อมีการลดปุ๋ยไนโตรเจนลงที่อัตรา 200 กรัมต่อ
                       ต้น  ผลผลิตจะลดลง 5.87 ตันต่อไร่  หากไม่มีการใส่ปุ๋ยใดๆ ผลผลิตจะเท่ากับ 1.23 ตันต่อไร่
                       สอดคล้องกับรายงานของ Reddy and Kohli (1989)  พบว่าไนโตรเจนมีผลต่อการเจริญเติบโตและ
                       การให้ผลผลิตมะละกอ  ซึ่งหากมะละกอขาดไนโตรเจนจะส่งผลให้มะละกอจะมีการสะสมไนโตรเจน

                       ในระยะการเจริญเติบโตเป็นส่วนใหญ่มีผลท าให้ผลผลิตต่ า  และการให้ธาตุอาหารในมะละกอควรเป็น
                       ปุ๋ยอินทรีย์ 50  เปอร์เซ็นต์  และ 50  เปอร์เซ็นต์เป็นปุ๋ยเคมี  ในการเพิ่มผลผลิตมะละกอ (Oliveira
                       and Caldas, 2004)
                       6. ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ

                              จากการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการปลูกมะละกอทุกต ารับการทดลอง พบว่า
                       ต้นทุนรวมจากการปลูกมะละกอประเมินจาก 1)  ค่าไถเตรียมแปลง ได้แก่  ไถดะ  และไถแปร 2)
                       แรงงาน  ได้แก่  การปลูก  การใส่ปุ๋ยเคมี  ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยชีวภาพ  การฉีดพ่นน้ าหมักชีวภาพ  การฉีด
                       สารป้องกันโรคไวรัสวงแหวน  ก าจัดวัชพืชด้วยมือและเครื่องตัดหญ้า  และเก็บเกี่ยว  3)  ค่าวัสดุ

                       ได้แก่  พันธุ์มะละกอฮอลแลนด์  ปุ๋ยเคมี  ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยหมักขยายเชื้อปุ๋ยชีวภาพ  พด.12  วัสดุน้ าหมัก
                       ชีวภาพ และสารเคมีป้องกันโรคไวรัสวงแหวน  พบว่า  ในแต่ละวิธีการมีต้นทุนแตกต่างกัน  โดย
                       วิธีการที่มีต้นทุนรวมมากที่สุด  คือ  การใช้ปุ๋ยหมัก  ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราตามค าแนะน า (ต ารับที่ 6) มี

                       ต้นทุนรวม 35,327       บาทต่อไร่  ต ารับอื่นๆ ที่มีการจัดการดิน  ต้นทุนรวมอยู่ระหว่าง
                       20,345  –  34,796  บาทต่อไร่  ส่วนการใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว (ต ารับที่ 2)  มีต้นทุนรวมเท่ากับ
                       12,727 บาทต่อไร่  และไม่ใส่ปัจจัยใดๆ (ต ารับที่ 1) มีต้นทุนรวมต่ าที่สุดเท่ากับ 10,160 บาทต่อไร่
                              รายได้ผลผลิต  โดยประเมินจากการขายผลผลิตที่มีราคาจ าหน่ายกิโลกรัมละ 15  บาท  กับ
                       ผลผลิตมะละกอในทุกต ารับการทดลอง  พบว่า  การใช้ปุ๋ยชีวภาพ  ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราตาม

                       ค าแนะน า (ต ารับที่ 5)  มีรายได้จากผลผลิตมากที่สุดเท่ากับ 76,185  บาทต่อไร่  ต ารับอื่นๆ ที่มีการ
                       จัดการดินรายได้ผลผลิตอยู่ระหว่าง 45,240 – 68,115 บาทต่อไร่  ส่วนการใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว
                       (ต ารับที่ 2)  มีรายได้ผลผลิตเท่ากับ 49,140  บาทต่อไร่  และไม่ใส่ปัจจัยใดๆ (ต ารับที่ 1)  รายได้ของ

                       ผลผลิตต่ าที่สุดเท่ากับ 23,400 บาทต่อไร่
                              ผลตอบแทน  จากการน ารายได้ผลผลิตหักลบจากต้นทุนทุกต ารับการทดลอง  พบว่า  การใช้
                       ปุ๋ยชีวภาพ  ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราตามค าแนะน า (ต ารับที่ 5)  ให้ผลตอบแทนมากที่สุดเท่ากับ 54,773
                       บาทต่อไร่  ต ารับอื่นๆ ที่มีการจัดการดินให้ผลตอบแทนอยู่ระหว่าง 13,710  –  35,026  บาทต่อไร่

                       การใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว (ต ารับที่ 2)  ผลตอบแทน 36,413  บาทต่อไร่  และไม่ใส่ปัจจัยใดๆ
                       (ต ารับที่ 1) ให้ผลตอบแทน 13,240 บาทต่อไร่

                              อัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุน  จากการน ารายได้ต่อต้นทุนในการปลูกมะละกอทุกต ารับการ
                       ทดลอง  พบว่า  การใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว (ต ารับที่ 2)  มีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุนมากที่สุด
   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52