Page 48 - การจัดการปุ๋ยหมักและปุ๋ยชีวภาพร่วมกับน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเพิ่มผลผลิตมะละกอฮอลแลนด์ในดินทราย
P. 48

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





                                                                                                       38


                       เท่ากับ 3.86 สูงกว่าการจัดการดินที่มีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุนอยู่ระหว่าง 1.40 – 3.56 จากวิธีการ
                       จัดการดิน  พบว่า การใช้ปุ๋ยชีวภาพ  ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราตามค าแนะน า (ต ารับที่ 5)  มีอัตราส่วน
                       รายได้ต่อต้นทุนสูงสุดเท่ากับ 3.56  และการใช้ปุ๋ยหมัก (ต ารับที่ 4)  มีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุนต่ า
                       ที่สุดเท่ากับ 1.40  ส่วนการไม่ใส่ปัจจัยใดๆ (ต ารับที่ 1) มีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุนเท่ากับ 2.30 ดัง

                       ตารางที่ 7
                              จากการทดลอง  จะเห็นได้ว่าการจัดการดินที่มีการใช้ปุ๋ยชีวภาพ (ต ารับที่ 5)  ร่วมกับการใส่
                       ปุ๋ยเคมีอัตราตามค าแนะน ามีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นดีที่สุดเท่ากับ 3.56  มีวิธีการที่มีเหมาะสมในการ
                       เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในดินและเพิ่มผลิตมะละกอได้ดีที่สุด  สามารถส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก

                       มะละกอในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  และแนวทางเลือกปลูกมะละกอจากการใช้ปุ๋ยชีวภาพ
                       ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราครึ่งหนึ่งตามค าแนะน า (ต ารับที่ 7)  มีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุนเท่ากับ 2.68
                       มีความเหมาะสมส าหรับเกษตรกรใช้เป็นแนวทางในการจัดการดินปลูกมะละกอร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมี
                       ได้  ซึ่งวิธีการนี้สามารถลดการใส่ปุ๋ยเคมี  หากเกิดภาวะปุ๋ยเคมีราคาแพงหรือมีการปรับปรุงบ ารุงดิน

                       ได้อย่างสมดุล  สามารถน าวิธีการส่งเสริมเป็นแนวทางส าหรับเกษตรกรได้  ส่วนต ารับที่มีการใช้ปุ๋ย
                       หมักในต ารับที่ 4 ต ารับที่ 6 และต ารับที่ 8 มีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุนเท่ากับ 1.40 1.93 และ 1.48
                       ตามล าดับ  ทั้งนี้  มาจากต้นทุนการผลิตของปุ๋ยหมักที่ค่อนข้างสูง  มีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุนต่ ากว่า

                       การต ารับที่ 1 ไม่ใส่ปัจจัยใดๆ คิดเป็นอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุนเท่ากับ 2.30  เนื่องจากมะละกอเป็น
                       ไม้ผลที่สามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ในทุกสภาพดิน
                              ดังนั้น  การใช้ปุ๋ยชีวภาพ  ร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมีอัตราตามค าแนะน า (ต ารับที่ 5)   ให้
                       ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุดเท่ากับ 54,773 บาทต่อไร่  และมีต้นทุนการผลิตต่ า  คิดเป็นสัดส่วน
                       ผลตอบแทนต่อต้นทุน 3.56   ให้ผลตอบแทนมากกว่าการใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว (ต ารับที่ 2)

                       เท่ากับ 18,360 บาทต่อไร่  ถึงแม้ว่าการใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว (ต ารับที่ 2) มีสัดส่วนผลตอบแทน
                       ต่อต้นทุนดีที่สุดเท่ากับ 3.86  ทั้งนี้  หากมีการจัดการดินจากการใช้ปุ๋ยชีวภาพ  ร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมี
                       อัตราตามค าแนะน าจึงเป็นวิธีการที่มีความเหมาะสมในการปรับปรุงบ ารุงดินทั้งทางด้านกายภาพ  เคมี

                       และความหลากหลายของจุลินทรีย์ดินในพื้นที่ปลูกมะละกอและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร  ถึงแม้ว่า
                       การใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวจะมีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุนดีกว่า  แต่การใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว
                       โดยไม่มีการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน  จะท าให้ดินเสื่อมโทรมลง  และขาดความอุดมสมบูรณ์ลงได้
                       หากใช้เป็นระยะเวลายาวนาน
   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53