Page 42 - การจัดการปุ๋ยหมักและปุ๋ยชีวภาพร่วมกับน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเพิ่มผลผลิตมะละกอฮอลแลนด์ในดินทราย
P. 42
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
32
ความเข้มข้นต่ าที่สุด (ตารางภาคผนวกที่ 7) จากการทดลองจะเห็นได้ว่าในใบมะละกอจะมีปริมาณ
ความเข้มข้นไนโตรเจน และโพแทสเซียมมากที่สุด และฟอสฟอรัสต่ าที่สุด สอดคล้องกับรายงาน
ของ Oliveira et al. (2018) พบว่า มะละกอมีปริมาณความเข้มข้นไนโตรเจน และโพแทสเซียมใน
ใบมากที่สุด ส่วนฟอสฟอรัสมีปริมาณความเข้มข้นต่ าที่สุด (ตารางภาคผนวกที่ 8) ส่วนปริมาณความ
เข้มข้นของธาตุอาหารในล าต้นทุกต ารับการทดลองมีปริมาณความเข้มข้นของโพแทสเซียมมากที่สุด
รองลงมาเป็นไนโตรเจน และฟอสฟอรัสต่ าที่สุดจากการทดลองจะเห็นได้ว่า การดูดใช้ธาตุอาหาร
ของมะละกอนี้จะก าหนดโดยลักษณะทางพันธุกรรมของมะละกอในการน าธาตุอาหารไปใช้ในการ
เจริญเติบโตเป็นส าคัญ นอกจากนี้ สิ่งแวดล้อมยังเป็นปัจจัยในการควบคุมความสมดุลของการ
เคลื่อนย้ายธาตุอาหารของพืชในการเพิ่มผลผลิตมะละกอในพื้นปลูกเช่นกัน (เฉลิมพล, 2535)
สอดคล้องกับการทดลองของ Bindu and Bindu (2017) ได้ทดสอบความต้องการธาตุอาหาร
ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมของมะละกอพันธุ์ CO – 2 ประเทศอินเดียที่เหมาะสมจะอยู่
ที่อัตรา 250 250 และ 500 กรัมต่อต้น ตามล าดับ ให้ผลผลิตดีที่สุด 12.48 ตันต่อไร่ แต่เมื่อมีการ
ลดปุ๋ยไนโตรเจนลงที่อัตรา 200 กรัมต่อต้น ผลผลิตจะลดลง 5.87 ตันต่อไร่ หากไม่มีการใส่ปุ๋ยใดๆ
ผลผลิตจะเท่ากับ 1.23 ตันต่อไร่ โดยที่การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนจะเป็นการเพิ่มการเจริญเติบโตของต้น
มะละกอในช่วงที่มะละกอมีการเจริญเติบโต ส่วนหนึ่งมะละกอจะน าไนโตรเจนไปใช้ในการสังเคราะห์
แสงและกรดอะมิโน (Awada ,1977) ส่วนโพแทสเซียมจะช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของล าต้น
ในช่วงของการเจริญเติบโต และยังเป็นตัวก าหนดความเต่งของเซลล์พืช ถ้าขาดโพแทสเซียมจะท าให้
ความเต่งเซลล์ลดลง ปากใบปิด เป็นผลให้ประสิทธิภาพในการสังเคราะห์แสงลดลง (Graham and
Ulrich, 1972) และฟอสฟอรัสซึ่งมะละกอมีความต้องการน้อยที่สุดของธาตุอาหารหลักมีความส าคัญ
ในการพัฒนารากในระยะการเจริญเติบโต (Oliveira and Caldas, 2004) ในช่วงการเจริญเติบโต
ทางล าต้นมะละกอ หากธาตุอาหารของมะละกอไม่เพียงพอพืชจะน าธาตุอาหารไปใช้ในการ
เจริญเติบโตเท่านั้น โดยเฉพาะธาตุไนโตรเจนหากได้รับในปริมาณต่ าในช่วงแรกของการเจริญเติบโต
จะส่งผลให้ผลผลิตต่ าในที่สุด นอกจากนี้ การไม่ใส่ปัจจัยใดๆ (ต ารับที่ 1) มะละกอสะสมธาตุ
ไนโตรเจนในช่วงการเจริญเติบโตมีปริมาณสูง 6.95 เปอร์เซ็นต์ แต่หลังสิ้นสุดการทดลองให้ผลผลิตต่ า
ที่สุดในทุกต ารับการทดลอง สอดคล้องกับรายงานของ Reddy and Kohli (1989) พบว่าไนโตรเจน
มีผลต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตมะละกอ ซึ่งหากมะละกอขาดไนโตรเจนจะส่งผลให้
มะละกอจะมีการสะสมไนโตรเจนในระยะการเจริญเติบโตเป็นส่วนใหญ่มีผลท าให้ผลผลิตต่ า
5. การจัดการดินที่มีต่อผลผลิตของมะละกอ
ส าหรับผลผลิตมะละกอ จากการทดลองพบว่า ผลผลิตไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติจาก
การใช้ปุ๋ยชีวภาพ ร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมีอัตราตามค าแนะน า (ต ารับที่ 5) ผลผลิตมากที่สุดเท่ากับ
5,079 กิโลกรัมต่อไร่ ไม่แตกต่างจากการใช้ปุ๋ยหมัก ร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมีอัตราตามค าแนะน า (ต ารับ

