Page 9 - แผนการใช้ที่ดินโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมอินทรีย์เพื่อการส่งออกในพื้นที่ทุ่งหมาหิว ระยะที่ 1 ตำบลจิกเทิง ตำบลตาลสุม อำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี
P. 9
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
3
พื้นที่ตัวแทนสภาพปัญหาของโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมอินทรีย์เพื่อการส่งออกในพื้นที่ทุ่ง
หมาหิว ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กลุ่มวางแผนการใช้ที่ดิน ส านักงานพัฒนาที่ดินเขต 4 จึงเข้า
ปฏิบัติงานส ารวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน เพื่อต้องการทราบลักษณะและสมบัติของดิน ความ
เหมาะสมของดินส าหรับการปลูกพืช ก าหนดเขตการใช้ที่ดินให้เหมาะสมกับศักยภาพของดิน และ
เสนอแนะแนวทางการจัดการดินที่เหมาะสมในพื้นที่ต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์สถานภาพทรัพยากรที่ดินในพื้นที่ด าเนินการโครงการ
เพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมอินทรีย์เพื่อการส่งออกในพื้นที่ทุ่งหมาหิว ระยะที่ 1
2 เพื่อประเมินคุณภาพที่ดินด้านการเกษตรในพื้นที่ด าเนินการ
3 เพื่อก าหนดเขตการใช้ที่ดินตามศักยภาพของทรัพยากรดิน และแนวทางการจัดการดิน
ขอบเขตของการด าเนินงาน
ศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ ได้แก่ ทรัพยากรดิน น้ า ป่า
ไม้ ข้อมูลเขตป่าไม้ตามกฎหมาย เขตชลประทาน เขตปฏิรูปที่ดิน ชั้นคุณภาพลุ่มน้ า วิเคราะห์ข้อมูล
ร่วมกับนโยบายการใช้ที่ดินของรัฐในพื้นที่ ประเมินคุณภาพที่ดินด้านการเกษตร ก าหนดเขตการใช้
ที่ดิน และเสนอแนวทางการจัดการดินให้เหมาะสมกับพื้นที่
การตรวจเอกสาร
การส ารวจดิน (Soil Survey) เป็นการส ารวจหาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของดิน ตลอดจน
สภาพแวดล้อม โดยวิธีการทางสนามและห้องปฏิบัติการ แล้วน ามาบันทึกในรูปของแผนที่ดินและ
รายงานการส ารวจดิน ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของดิน ขอบเขตและการแพร่กระจาย ลักษณะ
และสมบัติของดิน ลักษณะของพื้นที่อื่นๆ และการแปลความหมายของข้อมูลดินและสภาพแวดล้อม
เพื่อประโยชน์ ตามวัสดุประสงค์ต่างๆ ได้แก่ เกษตรกรรม วิศวกรรม ชลประทาน ป่าไม้และ
สิ่งแวดล้อม เป็นต้น (เอิบ, 2548) การส ารวจดินมีหลายแบบขึ้นอยู่กับการน าข้อมูลไปใช้ประโยชน์ใน
การวางแผน เช่น การส ารวจดินแบบหยาบ เป็นการส ารวจดินเพื่อใช้ข้อมูลในการวางแผนระดับภาค
หรือระดับประเทศ เพื่อให้ทราบถึงศักยภาพของพื้นที่ในการพัฒนา และใช้เป็นแนวทางการศึกษาวาง
แผนการใช้พื้นที่อย่างละเอียดต่อไป ส่วนการส ารวจดินแบบละเอียดเป็นการส ารวจดินในระดับไร่นา
หรือในพื้นที่โครงการขนาดเล็ก แผนที่ที่ใช้ในการส ารวจดินในสนามมีมาตราส่วนอยู่ระหว่าง 1:5,000 ถึง
1:30,000 แผนที่ดินที่พิมพ์ออกเผยแพร่มีมาตราส่วนอยู่ระหว่าง 1:10,000 ถึง 1:30,000 หรือโตกว่า
การขุดเจาะเพื่อตรวจสอบสมบัติของดินไม่ควรห่างกันเกิน 250 เมตรต่อหนึ่งจุด (50-80 ไร่ ต่อ1 จุด)
หน่วยแผนที่ดินที่ใช้ ได้แก่ ประเภทของชุดดินหรือดินคล้าย (phases of soil series or soil
variants) (ส่วนมาตรฐานการส ารวจจ าแนกดินและที่ดิน, 2547)
การจ าแนกดิน (Soil Classification) เป็นการแจกแจงดินชนิดต่าง ๆ ออกเป็นหมวดหมู่ใน
ระดับต่างๆ ของความคล้ายคลึงกันของสมบัติของดินและลักษณะการเกิดของดินตามวัตถุประสงค์ที่
ต้องการ โดยใช้ข้อมูลจากการศึกษาดินเป็นพื้นฐาน มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อรวบรวมความรู้ต่างๆ
เกี่ยวกับดิน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับดินมากที่สุดในลักษณะที่จดจ าได้ง่ายที่สุด เพื่อให้ภาพพจน์เชิง

