Page 17 - การจัดการชุดดินแกลง (กลุ่มชุดดินที่ 6) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกข้าวของเกษตรกรใน อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี
P. 17
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
10
การใช้ประโยชน์จากปอเทืองมีหลากหลาย ได้แก่ ปลูกเพื่อเป็นปุ๋ยพืชสด ควรไถกลบใน
ช่วงเวลาออกดอกหรือก่อนออกดอกเล็กน้อย เมื่ออายุประมาณ 50 วัน จะให้น้ าหนักสดประมาณ
1.5- 5 ตันต่อไร่ หลังจากไถกลบแล้ว 45 วัน จะสลายตัวสมบูรณ์ ให้ธาตุอาหารแก่ดิน โดยมี
เปอร์เซ็นต์ของไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เท่ากับ 1.98 0.30 และ 2.41 ตามล าดับ
หลังจากนั้นก็สามารถปลูกพืชหลักตามได้ ปลูกเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ อายุ 120 - 150 วัน ผลผลิต
โดยทั่วไปประมาณ 80 กิโลกรัมต่อไร่ หากความชื้นในดินสูงอาจใช้เวลา 150 - 180 วัน เปลือกของฝัก
จะเป็นสีเทา น ามาตากแดด 3- 4 วัน แล้วจึงกระเทาะเมล็ดเก็บไว้ ใช้ในระบบการปลูกพืชหมุนเวียน
และระบบการปลูกพืชแซม และใช้ล าต้นของปอเทืองในอุตสาหกรรมท าเยื่อกระดาษเพิ่มรายได้ให้แก่
เกษตรกร
สมพร (2556) ศึกษาผลของอัตราเมล็ดปอเทืองที่มีต่อผลผลิต องค์ประกอบผลผลิต และ
ปริมาณไนโตรเจนของข้าวสังข์หยดพัทลุงที่ปลูกในดินนาชุดดินพัทลุง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
ศึกษาผลของการใช้ปอเทืองเป็นปุ๋ยพืชสดที่มีต่อผลผลิต องค์ประกอบผลผลิต และปริมาณไนโตรเจน
ของข้าวพันธุ์สังข์หยดพัทลุงที่ปลูกตามหลังในดินนาชุดดินพัทลุง โดยปลูกปอเทืองในอัตราเมล็ด
ต่างกันเปรียบเทียบกับการใส่ปุ๋ยเคมีตามค าแนะน า วางแผนการทดลองแบบ RCBD จ านวน 4 ซ้ า
ประกอบด้วย 7 สิ่งทดลอง คือ อัตราเมล็ดปอเทือง 0 5 10 15 20 25 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยเคมี
อัตรา 8-10-0 กิโลกรัม N-P O -K O ต่อไร่ พบว่า การใช้อัตราเมล็ดปอเทืองต่างกันมีผลท าให้ผลผลิต
2 5 2
และองค์ประกอบผลผลิตข้าวแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ โดยการใช้ปอเทืองอัตราเมล็ด
15-25 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตสูงกว่าอัตราเมล็ด 5-10 กิโลกรัมต่อไร่ และเทียบเท่าการใช้ปุ๋ยเคมีที่
ให้ผลผลิตข้าวสูงสุดเฉลี่ย 409.5 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากมีการเพิ่มองค์ประกอบผลผลิต
จ านวนรวงต่อกอ จ านวนเมล็ดต่อรวง และเปอร์เซ็นต์ เมล็ดดีของข้าว ขณะที่สิ่งทดลองแตกต่างกันนี้มี
ผลให้ไนโตรเจนในตอซังข้าวแตกต่างกันทางสถิติ
ปุ๋ยเคมี คือ วัตถุที่ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมีในเชิงอุตสาหกรรม (manufactured
processes) ในปริมาณมากเพื่อให้ได้ธาตุอาหารที่มีความเข้มข้นหรือความบริสุทธิ์ที่สูงขึ้นเพิ่ม
ประสิทธิภาพ ในการใช้ประโยชน์รวมทั้งเพื่อลดน้ าหนักในการขนส่ง โดยจะมีธาตุอาหารหลัก ธาตุ
ไนโตรเจน (N) ธาตุฟอสฟอรัส (P) และธาตุโพแทสเซียม (K) ในสัดส่วนที่ไม่ต่างกันหรือเรียกว่า ปุ๋ย
สูตร (formula) ปุ๋ยบางชนิดจะมีธาตุอาหารรองปรากฏในสูตรปุ๋ยด้วย เช่น 0-0-22 + MgO เป็นต้น
การใช้ปุ๋ยบางชนิดต้องค านึงถึงสภาวะการระบายน้ าของดินและชนิดของพืชโดยสามารถจ าแนกเป็น
ปุ๋ยส าหรับดินนา (พื้นที่เพาะปลูกมีสภาพน้ าขัง) และปุ๋ยส าหรับดินดอน โดยนาข้าวใช้ได้เฉพาะปุ๋ยนา
เท่านั้น ขณะที่ดินดอนสามารถใช้ปุ๋ยได้ทั้งสองประเภท (ค ารณ, 2556)
การใช้ปุ๋ยส าหรับนาข้าว มี 2 ทางเลือก คือ
ทางเลือกที่ 1 ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 (MOP) และปุ๋ยเคมีสูตร
46-0-0 (ยูเรีย) ปุ๋ยสูตร 16-20-0 หรือโมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต (MAP) เป็นปุ๋ยที่ใช้แพร่หลาย
ส าหรับนาที่มีสภาพน้ าท่วมขังในช่วงเพาะปลูก ธาตุโพแทสเซียมใช้ปุ๋ยสูตร 0-0-60 ส่วนปุ๋ยยูเรียแบ่ง
ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งคือ ค านวณจากผลวิเคราะห์ดินที่ยังขาดอยู่ และอีกส่วนหนึ่งใช้ในลักษณะ
ปุ๋ยแต่งหน้า (top dress) โดยทั่วไปจะใช้ในอัตรา 10 กิโลกรัมต่อไร่ แต่ถ้าข้าวมีการเจริญเติบโต
สม่ าเสมอใบสีเขียวสมบูรณ์ก็ไม่จ าเป็นต้องใช้

