Page 22 - การจัดการชุดดินแกลง (กลุ่มชุดดินที่ 6) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกข้าวของเกษตรกรใน อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี
P. 22

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                                                                       15







                                                    ผลการทดลองและวิจารณ์

                       1. สมบัติทางเคมีของดินก่อนและหลังการทดลอง

                              1.1 ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (pH)
                              ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน พบว่า ก่อนการทดลอง ดินมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ใน
                       ระดับกรดจัด (pH เท่ากับ 4.5) ส่วนหลังการทดลอง ดินมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินเพิ่มขึ้นทุก

                       วิธีการ  วิธีการที่ 4 ไถกลบพืชปุ๋ยสด  มีค่าความเป็นกรดเป็นด่างมากที่สุด เท่ากับ 7.0  รองมาคือ
                       วิธีการที่ 3 ใส่ปุ๋ยเคมีตามโปรแกรมค าแนะน าการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง วิธีการที่ 1 แปลง
                       ควบคุม วิธีการที่ 2 ใส่ปุ๋ยเคมีตามวิธีการของเกษตรกร และ วิธีการที่ 5 ไถกลบพืชปุ๋ยสดร่วมกับใส่
                       ปุ๋ยเคมีตามโปรแกรมค าแนะน าการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน

                       เท่ากับ 6.7    5.1   5.0 และ 5.0 ตามล าดับ และวิธีการที่ 6 ไถกลบพืชปุ๋ยสดร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมี
                       ครึ่งหนึ่งตามโปรแกรมค าแนะน าการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง มีค่าความเป็นกรดเป็นด่างน้อยที่สุด
                       เท่ากับ 4.9  (ตารางที่ 2)  ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินเพิ่มขึ้นทุกวิธีการ เนื่องจากว่ามีการใส่ปูน
                       มาร์ลตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อลดความเป็นกรดของดินสอดคล้องกับ   ศิริวรรณ (2555) ที่พบว่าการใส่

                       ปูนโดโลไมท์ช่วยลดความเป็นกรดของดิน ท าให้ดินมีค่า pH เพิ่มขึ้น

                              1.2 ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน (OM)
                              ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน พบว่า ก่อนการทดลอง ดินมีปริมาณอินทรียวัตถุอยู่ในระดับ
                       ค่อนข้างสูง (OM เท่ากับ 3.31) ส่วนหลังการทดลอง ทุกวิธีการมีปริมาณอินทรียวัตถุลดลงทุกวิธีการ
                       โดยวิธีการที่ 3 ใส่ปุ๋ยเคมีตามโปรแกรมค าแนะน าการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง มีปริมาณ

                       อินทรียวัตถุมากที่สุด เท่ากับ 3.2 เปอร์เซ็นต์ รองมาคือ วิธีการที่ 4 ไถกลบพืชปุ๋ยสด วิธีการที่ 2 ใส่
                       ปุ๋ยเคมีตามวิธีการของเกษตรกร  วิธีการที่ 1 แปลงควบคุม 1 และ วิธีการที่ 5 ไถกลบพืชปุ๋ยสด
                       ร่วมกับใส่ปุ๋ยเคมีตามโปรแกรมค าแนะน าการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง มีปริมาณอินทรียวัตถุ

                       เท่ากับ 2.8  2.4  2.2 และ 1.4 เปอร์เซ็นต์ ตามล าดับ และวิธีการที่ 6 ไถกลบพืชปุ๋ยสดร่วมกับการใส่
                       ปุ๋ยเคมีครึ่งหนึ่งตามโปรแกรมค าแนะน าการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง มีปริมาณอินทรียวัตถุน้อย
                       ที่สุด เท่ากับ 1.3 เปอร์เซ็นต์ (ตารางที่ 2) โดยวิธีการไถกลบพืชปุ๋ยสด (วิธีการที่ 4  5 และ 6) ปริมาณ
                       อินทรียวัตถุลดลงเนื่องจากน้ าหนักสดของปอเทืองได้น้อยมากจากภาวะฝนแล้ง ส่งผลต่อการงอกและ

                       การเจริญเติบโตของปอเทืองที่พบว่าปอเทืองมีการยืนต้นตายจากการขาดน้ า ท าให้น้ าหนักปอเทืองที่
                       ได้น้อยไม่สอดคล้องกับ   สุวรรณภา และคณะ (2556) ที่พบว่าทุกต ารับที่จัดการดินและปุ๋ยตาม
                       ค าแนะน าปุ๋ยรายแปลงค่าอินทรียวัตถุหลังการทดลองเพิ่มสูงขึ้น

                              1.3 ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (Avail.P)
                             ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ พบว่า ก่อนการทดลอง ดินมีปริมาณฟอสฟอรัสอยู่ในระดับปาน

                       กลาง (Avail. P เท่ากับ 12) ส่วนหลังการทดลองปริมาณฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้นทุกวิธีการ โดยวิธีการที่ 1
                       แปลงควบคุม มีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์มากที่สุด เท่ากับ 127 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม รองมา
                       คือ วิธีการที่ 3 ใส่ปุ๋ยเคมีตามโปรแกรมค าแนะน าการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง วิธีการที่ 2 ใส่
                       ปุ๋ยเคมีตามวิธีการของเกษตรกร วิธีการที่ 4 ไถกลบพืชปุ๋ยสด และวิธีการที่ 6 ไถกลบพืชปุ๋ยสดร่วมกับ

                       การใส่ปุ๋ยเคมีครึ่งหนึ่งตามโปรแกรมค าแนะน าการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลง มีปริมาณฟอสฟอรัสที่
   17   18   19   20   21   22   23   24   25   26   27