Page 16 - การจัดการชุดดินแกลง (กลุ่มชุดดินที่ 6) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกข้าวของเกษตรกรใน อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี
P. 16
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
9
2535) ที่ส าคัญคือ ช่วงระยะเวลาปลูกและระยะเวลาในการไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด และต้องพิจารณาถึง
พืชที่น ามาปลูกด้วยโดยลักษณะของพืชที่ใช้เป็นพืชปุ๋ยสด ควรเป็นพืชที่ปลูกง่ายเจริญเติบโตเร็วออก
ดอกในระยะเวลาสั้นประมาณ 30-60 วันสามารถเจริญเติบโตไดในดินทั่ว ๆ ไปทนต่อสภาพต่างๆ
และต้านทานโรคแมลงไดดีหรือผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์และขยายพันธุ์ไดรวดเร็ว มีระบบรากลึก กว้าง ซึ่ง
สามารถดูดธาตุอาหารจากดินชั้นล่างมาสะสมในใบและล าต้นได้ ล าต้นอ่อนไถกลบได้ง่าย มีการ
สลายตัวผุพังอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้แก่ดินสูง (มุกดา, 2547)
พืชปุ๋ยสดเป็นพืชที่ปลูกแล้วสับกลบเป็นปุ๋ยพืชสด ที่นิยมปลูกทั่วไปคือพืชตระกูลถั่ว
เนื่องจากขึ้นได้ง่ายและเจริญเติบโตได้ดี ยังมีคุณสมบัติพิเศษกว่าพืชชนิดอื่นคือ ที่รากพืชตระกูลถั่วจะ
เป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียชนิดหนึ่ง คือ ไรโซเบียม (Rhizobium) โดยไรโซเบียมจะเจริญอยู่ร่วมกัน
อย่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน คือต่างฝุายต่างก็ได้รับผลประโยชน์ในการอยู่ร่วมกันเนื่องจากพืช
ตระกูลถั่วเป็นแหล่งพลังงานและแหล่งคาร์บอนให้แก่ไรโซเบียม ส่วนไรโซเบียมจะตรึงไนโตรเจนจาก
อากาศให้กลายเป็นกรดอะมิโนและสารประกอบไนโตรเจนอื่นๆ ให้พืชน าไปใช้ได้ ดังนั้นจึงอาจกล่าว
ได้ว่าพืชตระกูลถั่วที่มีปริมาณไนโตรเจนสูงขึ้นนั้นก็เกิดจากการตรึงไนโตรเจนร่วมกันระหว่างพืช
ตระกูลถั่ว และจุลินทรีย์ในดินนั่นเอง (กรมพัฒนาที่ดิน, 2557)
การปลูกพืชปุ๋ยสดบ ารุงดินนั้นเกษตรกรจะได้รับประโยชน์หลายอย่าง ทั้งการเพิ่ม
อินทรียวัตถุให้แก่ดินโดยเฉพาะดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งขาดอินทรียวัตถุมาก ช่วยเพิ่มธาตุ
ไนโตรเจนแก่ดินโดยเฉพาะพืชปุ๋ยสดตระกูลถั่วซึ่งมีจุลินทรีย์ประเภทแบคทีเรีย Rhizobium spp.
อาศัยอยู่ในปมรากสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ และเมื่อไถกลบพืชนี้ลงไปในดินก็จะได้ธาตุ
ไนโตรเจนค่อนข้างสูง ช่วยในการอนุรักษ์ธาตุอาหารในดินเนื่องจากพืชปุ๋ยสดจะดูดกินหรือใช้
ประโยชน์จากปุ๋ยที่ตกค้างจากการใส่ให้พืชหลัก เป็นการปูองกันการสูญเสียธาตุอาหารไม่ให้ถูกชะล้าง
ไป นอกจากนี้ในพืชตระกูลถั่วที่มีระบบรากลึกก็สามารถดูดดึงธาตุอาหารที่อยู่ในดินชั้นล่างขึ้นมา
สะสมในล าต้น กิ่งก้าน และใบ เมื่อไถกลบพืชปุ๋ยสดและเกิดการย่อยสลายแล้วธาตุอาหารเหล่านั้นก็
จะตกอยู่ในดินบนเป็นประโยชน์แก่พืชเศรษฐกิจหลักต่อไป (กรมพัฒนาที่ดิน, 2558ง)
พืชตระกูลถั่วที่นิยมใช้เป็นพืชปุ๋ยสด ได้แก่ ปอเทือง โสนอัฟริกัน ถั่วพร้า ถั่วพุ่ม และถั่วมะ
แฮะ เป็นต้น
ปอเทือง มีชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Crotalaria juncea ขนาดล าต้นสูง 150 - 170 เซนติเมตร
ล าต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขามาก ดอกสีเหลืองจะออกดอกเมื่ออายุประมาณ 45-50 วัน สามารถขึ้น
ได้ดีในพื้นที่ดอน มีการระบายน้ าดี ชอบอากาศร้อนช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสมในฤดูฝนควรปลูกปลาย
ฤดูฝนเพื่อให้ปอเทืองแก่พร้อมกันในฤดูแล้ง วิธีการปลูกคือโรยเป็นแถว ระยะระหว่างแถว 80-100
เซนติเมตร หรือปลูกเป็นหลุมใช้ระยะปลูก 50x100 เซนติเมตร หลุมละ 1-3 ต้น การปลูกแบบหว่าน
เพื่อไถกลบใช้เมล็ดประมาณ 3-5 กิโลกรัมต่อไร่ การปลูกเป็นหลุมใช้เมล็ดประมาณ 2-4 กิโลกรัมต่อไร่
การดูแลรักษาจะท าการถอนเพื่อจัดระยะปลูกเมื่ออายุ 2-3 สัปดาห์ พรวนดินกลบโคนและก าจัด
วัชพืช ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 20 - 30 กิโลกรัมต่อไร่ พ่นยาก าจัดเชื้อรา และแมลงศัตรูพืช
อาจมีการพ่นปุ๋ยทางใบ และสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชในช่วงออกดอก ติดฝัก เช่น ปุ๋ยเคมี
สูตร 10-52-17 และ NAA ความเข้มข้นประมาณ 100-200 ppm. อาจจะเพิ่มผลผลิตถึง 150-200
กิโลกรัมต่อไร่ ควรเก็บเกี่ยวก่อนมีฝนเนื่องจากจะท าให้ฝักปอเทืองขึ้นรา

