Page 16 - การคลุมดินด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการตัดต้นเพื่อเพิ่มผลผลิตกาแฟ Mulching with Farming after Rejuvenation of Coffee Tree to Increase Coffee Yields
P. 16
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
5
เมล็ดพริกไทยให้ใช้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 600 กรัมต่อต้นต่อปี แบ่งใส่ 2 ครั้ง ส่วนการฟื้นฟูต้นกาแฟใหม่
หลังการเก็บเกี่ยวกาแฟและตัดแต่งกิ่งแล้วควรใช้ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยฟอสเฟต และปุ๋ยโพแทสเซียมอัตรา 22, 5 และ
23 กิโลกรัมต่อไร่ ตามล าดับ โดยควรใส่ช่วงฤดูฝนและควรใส่ปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายดีแล้วอัตรา 10 กิโลกรัม
ต่อต้น เพื่อปรับปรุงสภาพดินให้ร่วนซุย (ผานิตและคณะ, 2548 ; ธัญญา, 2548) ซึ่งการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่
กับปุ๋ยเคมีท าให้ต้นกาแฟมีการเจริญเติบโตที่ดี เนื่องจากกาแฟมีระบบรากแบบรากฝอยเป็นส่วนใหญ่อยู่ใกล้
ผิวดิน โดยดินที่ไม่เคยใส่ปุ๋ยอินทรีย์เลยมีแต่การใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวเป็นเวลานานๆ เมื่อมีการใส่ปุ๋ย
อินทรีย์หรือปุ๋ยชีวภาพแล้ว ท าให้ต้นกาแฟเจริญเติบโตดีขึ้นมากกว่าเดิม แต่ต้องควรใส่ปุ๋ยเคมีในปริมาณที่
เพียงพอต่อต้นกาแฟร่วมด้วย (องอาจ, ม.ป.ป.)
การเพิ่มอินทรียวัตถุในดินที่ปลูกกาแฟช่วยให้ดินร่วนซุยไม่อัดตัวแน่นและปรับสภาพความเป็น
กรดเป็นด่างของดินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมทั้งประกอบด้วยธาตุอาหารหลายชนิดและยังช่วยในการ
ปลดปล่อยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์แก่กาแฟ (กรมวิชาการเกษตร, 2545) ในปัจจุบัน กรมพัฒนาที่ดินได้
ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนการใช้สารเคมี อาทิเช่น ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงสูตร
กรมพัฒนาที่ดินซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการหมักวัสดุอินทรีย์และอนินทรีย์ธรรมชาติที่มีปริมาณธาตุ
อาหารหลักของพืชสูง เกิดจากกิจกรรมของจุลินทรีย์ย่อยสลายสารอินทรีย์และแปรสภาพธาตุอาหารให้อยู่
ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช คุณสมบัติเด่นของปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง คือ เป็นแหล่งธาตุอาหารหลักที่
เพียงพอต่อความต้องการของพืชในการเจริญเติบโตและให้ผลผลิต เป็นแหล่งธาตุอาหารรองและจุลธาตุ
แก่พืช มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อดินและพืช มีการปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืชแบบช้าๆ ท าให้ลดการ
สูญเสียธาตุอาหาร รวมทั้งเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกรในการทดแทนปุ๋ยเคมีและเกษตรกรสามารถผลิต
ใช้ได้เอง (กรมพัฒนาที่ดิน, 2550ก) นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้ใช้น้ าหมักชีวภาพที่ได้จากการย่อยสลาย
เศษวัสดุตามธรรมชาติทีมีบทบาทในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช กระตุ้นการงอก
ของราก ช่วยให้พืชแข็งแรง ต้านทานต่อโรคและแมลง มีผลผลิตเพิ่มขึ้น (กรมพัฒนาที่ดิน, 2550ข) ซึ่ง
งานวิจัยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงและน้ าหมักชีวภาพในของสวนกาแฟที่มีอายุมากยังไม่เคยมีนักวิจัย
ศึกษามาก่อน
4. การคลุมดินกับกาแฟพันธุ์โรบัสต้า
การคลุมดินมีความส าคัญต่อการปลูกกาแฟกลางแจ้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนน้อย หรือพื้นที่แห้ง
แล้งและขาดความอุดมสมบูรณ์ เพราะการคลุมดินมีผลโดยตรงต่อสมบัติทางกายภาพของดิน เก็บรักษา
ความชื้นและช่วยลดอุณหภูมิของดิน ป้องกันหน้าดิน ช่วยลดการพังทลายของดิน เพิ่มธาตุอาหารและ
อินทรียวัตถุแก่ดิน ชะลอการเจริญเติบโตของวัชพืช และท าให้ผลผลิตกาแฟเพิ่มขึ้น แต่มีผลเพียงเล็กน้อยใน
แหล่งปลูกที่มีฝนมากหรือปลูกภายใต้ไม้บังร่ม ส่วนข้อเสียของการคลุมดิน ได้แก่ อาจเป็นที่อาศัยของแมลง
ศัตรูกาแฟ เสี่ยงต่อไฟไหม้แปลง และต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนเป็นสิ่งจ าเป็นอย่างยิ่งต่อ
แปลงกาแฟที่มีการคลุมดิน โดยหว่านบนผิวดินรอบทรงพุ่ม ไม่ควรหว่านบนวัสดุคลุมดิน การคลุมดิน
ปฏิบัติกันแพร่หลายในประเทศแถบแอฟริกากลาง แอฟริกาตะวันออก อเมริกากลางและอเมริกาใต้ ส่วน

