Page 15 - การคลุมดินด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการตัดต้นเพื่อเพิ่มผลผลิตกาแฟ Mulching with Farming after Rejuvenation of Coffee Tree to Increase Coffee Yields
P. 15

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                                                                         4



               ในปริมาณที่ไม่เพียงพอท าให้ได้รับผลผลิตไม่เต็มที่  หรือหากใส่ปุ๋ยในปริมาณที่มากเกินไป ท าให้เป็น

               การสิ้นเปลืองเพราะในปัจจุบันปุ๋ยมีราคาสูง  จากการส ารวจความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ปลูกกาแฟและ
               สภาพความสมบูรณ์ของต้นกาแฟในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง ในพื้นที่ 9 อ าเภอ คือ อ าเภอเมือง อ าเภอ

               ท่าแซะ อ าเภอสวี อ าเภอทุ่งตะโก อ าเภอหลังสวน อ าเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร และอ าเภอกระบุรี อ าเภอ

               ละอุ่น อ าเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง พบว่า  หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตของกาแฟแล้ว ดินในสวนกาแฟทุก
               สวนที่ท าการส ารวจมีความอุดมสมบูรณ์ต่ ามาก  โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาปริมาณธาตุอาหารหลัก คือ

               ไนโตรเจน  ฟอสฟอรัส  และโพแทสเซียม มีค่าเฉลี่ยอยู่ในดินประมาณ 0.05, 0.001  และ 0.07  เปอร์เซ็นต์

               ตามล าดับ ซึ่งนับว่าต่ ามาก มีปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของต้นกาแฟในปีถัดไป ส าหรับความ

               อุดมสมบูรณ์ของต้นกาแฟในขณะนั้นก็พบว่ามีความอุดมสมบูรณ์ที่ต่ ามาก ในทางตรงกันข้ามหากต้นกาแฟ
               มีสภาพสมบูรณ์พร้อมให้ผลผลิตที่ดีควรมีธาตุอาหารสะสมในต้นอย่างเพียงพอ โดยเมื่อท าการวิเคราะห์ใบคู่

               ที่สามของกิ่งที่อยู่ระดับความสูงปานกลางควรมีปริมาณธาตุไนโตรเจน  ฟอสฟอรัส  และโพแทสเซียม

               ประมาณ 2.5-3,  0.12  และ 2.5-3  เปอร์เซ็นต์  ตามล าดับ  ในขณะที่ใบกาแฟของเกษตรกรในพื้นที่ส ารวจ

               มีธาตุไนโตรเจนในใบเพียง 1  เปอร์เซ็นต์ และมีเพียงธาตุฟอสฟอรัสเท่านั้นที่อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
               การที่ดินสวนกาแฟมีสภาพเสื่อมโทรมเกิดขึ้นเนื่องจากในแต่ละฤดูกาลที่ผ่านมา ต้นกาแฟจะดูดซับเอาธาตุ

               อาหารต่างๆ จากดินขึ้นไปในปริมาณมาก เพื่อน าไปใช้ในการสร้างความเจริญเติบโตและผลผลิต  นอกจากนี้

               ธาตุอาหารในดินยังถูกชะล้างไปกับน้ าฝน ทั้งส่วนที่ไหลไปตามหน้าดินและส่วนที่ซึมลงไปในดินชั้นล่างซึ่ง
               พืชไม่สามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้ ส าหรับต้นกาแฟเมื่อดูดธาตุอาหารจากดินขึ้นไปบนต้นแล้ว ธาตุอาหาร

               ส่วนใหญ่ถูกใช้ในการสร้างผลผลิต เมื่อท าการเก็บเกี่ยวผลกาแฟแล้วต้นกาแฟจะเสื่อมโทรมลง การใส่ปุ๋ย

               หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต เกษตรกรต้องท าการใส่ปุ๋ยทันที  โดยปุ๋ยที่ควรใช้ในครั้งแรกควรประกอบด้วยธาตุ
               อาหารหลัก 3 ชนิด คือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เพื่อให้ต้นกาแฟได้รับธาตุอาหารครบถ้วน

               เพียงพอต่อความต้องการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของต้นและการเจริญเติบโตของผล  เมื่อผลชุดใหม่พัฒนา

               มาได้ 2  สัปดาห์นับจากดอกบานหรือเมื่อผลรุ่นใหม่มีขนาดประมาณเมล็ดพริกไทยให้ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2  เมื่อ
               ใส่ปุ๋ยครั้งนี้แล้วผลกาแฟมีการพัฒนาขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว  และท าการใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3 เมื่อผลเริ่มหยุด

               ขยายขนาดแต่เริ่มสะสมน้ าหนัก ซึ่งเป็นช่วงผลกาแฟมีอายุประมาณ 35 สัปดาห์หลังดอกบาน การใส่ปุ๋ยครั้ง

               ที่ 2 และ 3 มักเป็นระยะที่มีฝนตกค่อนข้างมาก ฉะนั้นต้องให้ความระมัดระวังเรื่องการสูญเสียปุ๋ยให้มากเป็น

               พิเศษ โดยการใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 และ 3 อาจใส่เฉพาะธาตุไนโตรเจนและโพแทสเซียม แต่ส าหรับธาตุฟอสฟอรัส
               ไม่จ าเป็นต้องใส่เพิ่มอีก เพราะต้นกาแฟต้องการธาตุฟอสฟอรัสในปริมาณที่น้อยกว่าไนโตรเจนและ

               โพแทสเซียมมาก นอกจากนี้ธาตุฟอสฟอรัสสามารถถูกดินยึดเอาไว้ได้ดีกว่าธาตุอื่นๆจึงไม่มีการสูญเสีย

               ไปมาก และจากการวิเคราะห์ตัวอย่างใบแสดงให้เห็นว่ายังมีธาตุฟอสฟอรัสสะสมอยู่ในใบอย่างเพียงพอ
                       ส าหรับการให้ปุ๋ยในปีที่ 1 และ 2 ให้ใส่สูตร 15-15-15 ผสมกับสูตร 46-0-0 อัตรา 150 และ 50 กรัม

               ต่อต้นต่อปี ตามล าดับ แบ่งใส่ 2  ครั้ง ช่วงต้นฤดูฝนและกลางฤดูฝนในอัตราส่วน 60:40   ส่วนตั้งแต่ปีที่

               3 ขึ้นไป ให้ใส่สูตร 15-15-15 อัตรา 200  กรัมต่อต้นต่อปี ให้แบ่งใส่ 2 ครั้ง และเมื่อกาแฟติดผลขนาดเท่า
   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20