Page 111 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 111
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
99
เมื่อท าการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินที่มีกรวด
หรือลูกรังปะปนที่มีขนาดใหญ่กว่า 2 มิลลิเมตร (ร้อยละ 15 - 60 โดยปริมาตร) ที่ระดับความลึก
15 - 50 เซนติเมตร จากผิวดิน กับสมบัติดินของชุดดินโพนพิสัย และชุดดินปลาปาก พบว่า
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินกับปริมาณอนุภาคขนาดทราย (r= -0.395)
ทรายแป้ง (r= 0.563) ดินเหนียว (r= 0.104) และผลรวมของทรายแป้งกับดินเหนียว (r= 0.395) จะ
เห็นว่า ความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่พบค่าสัมประสิทธิ์สหความสัมพันธ์ (r) ที่ต่ ากว่า
เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์ในภาพรวมของดินทั้งหมด โดยเฉพาะอนุภาคขนาดดินเหนียวที่มีค่าต่ ามาก
ดังแสดงในตารางที่ 5.23
จากผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณอินทรีย์คาร์บอนกับปริมาณขนาด
อนุภาคทรายแป้ง และดินเหนียว ดังกล่าวมีความสอดคล้องงานวิจัยที่ผ่านมาอาทิเช่น Kern (1994)
Burke et al. (1995) Arrouays et al. (2006) Plante et al. (2006) และ Sakin (2012) โดย
ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยส าคัญยิ่งกับปริมาณอนุภาคขนาดทราย ทราย
แป้ง และดินเหนียว โดยเฉพาะอนุภาคขนาดดินเหนียวมีบทบาทในการเกิดสารประกอบเชิงซ้อน
ผ่านการเกาะยึดกับอินทรีย์คาร์บอนในดินซึ่งช่วยรักษาส่วนของอินทรีย์คาร์บอนในดินได้ในระยะยาว
นอกจากนี้ ในดินที่มีแร่ดินเหนียวโดยเฉพาะประเภท 2:1 ส่วนของอินทรีย์คาร์บอนจะได้รับการ
ป้องกันโดยอยู่ระหว่างชั้นของแร่ดินเหนียวซึ่งได้รับการป้องกันจากการเข้าย่อยสลายของจุลินทรีย์
ในดินได้จึงท าให้มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมในดินได้เพิ่มขึ้น
2) ความหนาแน่นรวมของดิน
จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมในดินกับความ
หนาแน่นรวมของดินจ านวน 20 ชุดดิน ตลอดหน้าตัดดิน 100 เซนติเมตร พบว่า ความหนาแน่นรวมของ
ดินมีความสัมพันธ์ในทางลบกับอินทรีย์คาร์บอนในดินแต่มีในระดับต่ า แต่เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในแต่
ละความลึก จะเห็นว่า ระดับความสัมพันธ์ระหว่างความหนาแน่นรวมของดินกับปริมาณอินทรีย์คาร์บอน
สะสมในดินมีค่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่ระดับความลึก 0 - 50 เซนติเมตร ดังแสดงในตารางที่ 5.23 ผลนี้
สะท้อนให้เห็นว่า อินทรีย์คาร์บอนในดินส่งผลให้ดินมีความหนาแน่นลดลง โดยอินทรีย์คาร์บอนในดินอาจ
มีบทบาทในการเกิดเม็ดดินที่ส่งเสริมให้โครงสร้างของดินดีขึ้น สอดคล้องกับ Puttaso (2011) ที่ศึกษา
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน การเกิดเม็ดดิน และความหนาแน่นรวมของดินใน
พื้นที่ดอนที่มีเนื้อดินทราย พบว่า การเกิดเม็ดดินส่งผลให้ดินมีความหนาแน่นลดลง เห็นได้จาก
2
ความสัมพันธ์ในทางลบระหว่างค่าเฉลี่ยของขนาดเม็ดดินกับความหนาแน่นรวมของดิน (R = -0.42**)
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินที่มี
กรวดหรือลูกรังปะปน (ร้อยละ 15 - 60 โดยปริมาตร) ที่ระดับความลึก 15 - 50 เซนติเมตร จากผิวดิน
กับความหนาแน่นรวมของดินของชุดดินโพนพิสัย และชุดดินปลาปาก พบว่า ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนใน
ดินมีค่าสัมประสิทธิ์สหความสัมพันธ์ต่ ามากในทางบวกกับความหนาแน่นรวมของดิน (ตารางที่ 5.23)
ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนดังกล่าว อาจเนื่องจากดินมีการปะปนส่วนของกรวดหรือลูกรัง (ขนาดใหญ่กว่า 2
มิลลิเมตร) ซึ่งในขั้นตอนของการวิเคราะห์ค่าความหนาแน่นรวมของดินไม่ได้ท าการค านวณเพื่อหักน้ าหนัก
ส่วนของกรวดหรือลูกรังออกอาจเป็นสาเหตุท าให้ดินมีค่าความหนาแน่นรวมสูงเกินความเป็นจริงได้ โดย
Poeplau et al. (2017) รายงานว่า การศึกษาเกี่ยวกับปริมาณการสะสมอินทรีย์คาร์บอน และความ

