Page 333 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 333

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                  ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  สมบัติเคมีของดินทรายที่ปรับปรุงด้วยถ่านชีวภาพไม้ไผ่ในพื้นที่ปลูกยางพาราจังหวัดขอนแก่น

                  Chemical Properties of Sandy Soils under Improving with Bamboo Biochar
                  in Rubber Tree Plantation of Khonkaen Province

                  กมรินทร์ นิ่มนวลรัตน์  ประไพพิศ ศรีมาวงษ์  วิวัฒน์ สวยสม  และ วันเพ็ญ วิริยะกิจนทีกุล
                  สํานักวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน  กรมพัฒนาที่ดิน


                  บทคัดย่อ

                         ศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดินทราย (ชุดดินปักธงชัย, Ptc) ที่ปรับปรุงด้วยถ่านชีวภาพ

                  ที่ผลิตจากไม้ไผ่ในพื้นที่ปลูกยางพารา ตําบลเมืองเก่าพัฒนา อําเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ระหว่างปี 2555-
                  2558 วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design  มีการใส่ถ่านชีวภาพ 4 กรรมวิธี
                  4 ซ้ํา ดังนี้ 1) กรรมวิธีควบคุม (Control ไม่ใส่ถ่านชีวภาพ; T0) 2)  ใส่ถ่านชีวภาพ 5 ตันต่อเฮกตาร์ (T5)
                  3) ใส่ถ่านชีวภาพ 10 ตันต่อเฮกตาร์ (T10) 4) ใส่ถ่านชีวภาพ 20 ตันต่อเฮกตาร์ (T20) เก็บตัวอย่างดินที่ระดับ

                  ความลึก 0-15 เซนติเมตร และ 15-30 เซนติเมตร ในฤดูแล้งและฤดูฝน ผลการศึกษาสมบัติทางเคมีของดินก่อน
                  ปรับปรุงด้วยถ่านชีวภาพไม้ไผ่ พบว่า พีเอชดินอยู่ในระดับกรดจัด (pH 4.7-5.2, ค่าเฉลี่ย 4.9 ± 0.22)
                  ค่าการนําไฟฟ้าอยู่ในระดับปกติ (0.03-0.04 เดซิซีเมนต่อเมตร ค่าเฉลี่ย 0.04 ± 0.01) ปริมาณอินทรียวัตถุใน
                  ดินอยู่ในระดับต่ํา (0.6-0.9 เปอร์เซ็นต์, ค่าเฉลี่ย 0.8 ± 0.13) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในดินอยู่ใน

                  ระดับสูง (16-18 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม, ค่าเฉลี่ย 17 ± 0.96) ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ในดินอยู่ใน
                  ระดับต่ํา-ปานกลาง (59-88 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม, ค่าเฉลี่ย 68 ± 13.53) ปริมาณแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ใน
                  ดินอยู่ในระดับต่ํามาก (68-126, ค่าเฉลี่ย 97 ± 23.68) และปริมาณแมกนีเซียมที่เป็นประโยชน์ในดินอยู่ใน
                  ระดับต่ํามาก (18-37, ค่าเฉลี่ย 24 ± 8.92) หลังการปรับปรุงด้วย ถ่านชีวภาพไม้ไผ่อัตราต่างๆ พบว่า พีเอชดิน

                  ในตํารับที่ปรับปรุงด้วยถ่านชีวภาพไม้ไผ่ในอัตรา 20 ตันต่อเฮกตาร์ (T20) เพิ่มขึ้นสูงสุดในปีแรกและมีความ
                  แตกต่างจากกรรมวิธีอื่นๆ อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์  โดยเปลี่ยนแปลงจาก
                  ระดับกรดจัดมาอยู่ในระดับกรดปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 5.7 ± 0.13) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในดิน

                  (Avail.P) มีแนวโน้มลดลงในทุกปี โดยเปลี่ยนแปลงมาอยู่ในระดับ ต่ํา-ปานกลาง ยกเว้นในตํารับที่ปรับปรุงด้วย
                  ถ่านชีวภาพไม้ไผ่ในอัตรา 20 ตันต่อเฮกตาร์ (T20) ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีความแตกต่างจากกรรมวิธีอื่นๆ
                  อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ในดิน
                  (Avail.K) มีแนวโน้มลดลงในทุกปีโดยเปลี่ยนแปลงมาอยู่ในระดับ ต่ํา-ต่ํามากในทุกตํารับ ในขณะที่ไม่พบการ
                  เปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีดินของค่าการนําไฟฟ้า ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน แคลเซียม และแมกนีเซียมที่เป็น

                  ประโยชน์ในดินอย่างชัดเจน ทั้งนี้ค่าการวิเคราะห์ในฤดูแล้งมีค่าสูงกว่าในช่วงฤดูฝนเนื่องจากดินในช่วงฤดูฝนถูก
                  ชะล้างสูง ถ้าพิจารณาในแง่ของการปรับสภาพพีเอชดินและเพิ่มการกักเก็บปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ใน
                  ดิน การใส่ถ่านชีวภาพ 20 ตันต่อเฮกตาร์เป็นกรรมวิธีที่ดีที่สุด











                                                              297
   328   329   330   331   332   333   334   335   336   337   338