Page 262 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 262
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
มี 88.44-87.03 เปอร์เซ็นต์ ในปีแรก แต่ปี 2559 เปอร์เซ็นต์เมล็ดดีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 89.14-89.59 เปอร์เซ็นต์
จึงให้ผลผลิตข้าวไร่เฉลี่ยสูงสุด 308 กิโลกรัมต่อไร่ ปริมาณน้ําฝน 3 ปี ที่วัดได้ค่าเฉลี่ย 1,457 มิลลิเมตรต่อปี
ผลร่วมระหว่างระยะห่างระหว่างคูรับน้ําขอบเขาในแนวดิ่ง และการอนุรักษ์ดินและน้ําวิธีการต่างๆพบว่า วิธีการ
ที่ไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ํามีผลแตกต่างทางสถิติ ตะกอนดินโดยวิธีการที่ไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ํา มีผล
ทําให้ปริมาณตะกอนดินมากที่สุด เท่ากับ 860 กิโลกรัมต่อไร่ และ 1,113 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นปริมาณธาตุ
อาหารที่สูญเสียไปกับตะกอนดิน โดยปริมาณไนโตรเจน (Total N) ที่สูญเสียไปเฉลี่ย 1.05 กิโลกรัมNต่อไร่
ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ในตะกอนดินที่สูญเสียไปเฉลี่ย 0.159 กิโลกรัมP 2O 5 ต่อไร่ ปริมาณ
โพแทสเซียมที่สกัดได้ในตะกอนดินที่สูญเสียไปเฉลี่ย 0.145 กิโลกรัม K 2Oต่อไร่ แต่เมื่อเปรียบเทียบปริมาณ
การสูญเสียดิน ทั้ง 3 ปี นั้นมีค่าลดลงทุกปี และในปีที่ 3 (2559) ปริมาณตะกอนดินที่ไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและ
น้ํา มากกว่าวิธีการอื่นๆ เท่ากับ 463 กิโลกรัมต่อไร่ และ 493 กิโลกรัมต่อไร่ แต่วิธีการมีคันคูรับน้ํารอบเขาและ
ปลูกหญ้าแฝกบริเวณสันคันดินด้านนอกปริมาณตะกอนดินน้อยที่สุด เท่ากับ 203 กิโลกรัมต่อไร่ และ 236
กิโลกรัมต่อไร่ ดังนั้นวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ําที่เหมาะสมของการปลูกข้าวไร่บนพื้นที่สูง วิธีการมีคันคูรับน้ํารอบ
เขาและปลูกหญ้าแฝกบริเวณสันคันดินด้านนอก ระยะห่างในแนวดิ่ง 4 เมตร รองลงมาคือ ปลูกชา เป็นแถบพืช
อนุรักษ์ดินวิธีการการใช้ระบบหญ้าแฝกปลูกขวางความลาดชัน และชา จะมีผลให้มีปริมาณตะกอนดินที่สูญเสีย
ไปน้อยกว่า 2 ตันต่อไร่ต่อปี และช่วยลดการชะล้างพังทลายได้ ควรแนะนําให้เกษตรกรนําไปปฏิบัติสําหรับ
ในการปลูกข้าวไร่บนพื้นที่สูงได้ เพื่อการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน
233

