Page 258 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 258

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                  ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  การใช้หญ้าแฝกและวัสดุปรับปรุงดินเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสําปะหลังที่ปลูกในดินเนื้อหยาบ

                  Use of Vetiver Grass and Soil Amendments for Improving Yield of Cassava Grown on
                  Coarse-textured Soils


                  ธีรพล เปล่งสันเทียะ  แก้วใจ อ้อชัยภูมิ และ วิสิษฐ์ จุ้ยดอนกลอย
                  สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 กรมพัฒนาที่ดิน


                  บทคัดย่อ

                         โครงการวิจัย การใช้หญ้าแฝกและวัสดุปรับปรุงดินเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสําปะหลังที่ปลูกในดินเนื้อหยาบใน

                  กลุ่มชุดดินที่ 56 ดําเนินการในพื้นที่บ้านวังอุดม ตําบลท่ากูบ อําเภอซับใหญ่ จังหวัดชัยภูมิ   มีวัตถุประสงค์
                  เพื่อศึกษาผลของการใช้หญ้าแฝกเป็นระบบอนุรักษ์ดินและน้ําร่วมกับวัสดุปรับปรุงดินเพื่อเพิ่มผลผลิตมันสําปะหลัง
                  เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของดินเนื้อหยาบที่เสื่อมโทรม หลังจากการใช้หญ้าแฝกเป็นระบบอนุรักษ์ดิน
                  และน้ําร่วมกับวัสดุปรับปรุงดิน  และเพื่อศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจภายใต้การจัดการดินวิธีต่างๆ  วางแผน

                  การทดลองแบบ Split  plot  design  จํานวน 4 ซ้ํา ประกอบด้วย Main  plot  ไม่ใช้แถบหญ้าแฝก และ ใช้แถบ
                  หญ้าแฝก ส่วน Sub plot ประกอบด้วย ตํารับการทดลองที่ 1 แปลงควบคุม (ไม่ใส่วัสดุปรับปรุงดิน) ตํารับ
                  การทดลองที่ 2 ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ตํารับการทดลองที่ 3 มูลไก่แกลบ อัตรา 1.0 ตันต่อ
                  ไร่ ตํารับการทดลองที่ 4 กากมันสําปะหลัง อัตรา 2.0 ตันต่อไร่  และตํารับการทดลอง  ที่ 5 ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง

                  อัตรา 1.0 ตันต่อไร่ จากผลการทดลองพบว่า ผลผลิตมันสําปะหลังในแต่ละตํารับทดลองไม่มีความแตกต่างกันอย่าง
                  มีนัยสําคัญทางสถิติ ในปีที่ 1  (2556)  เนื่องจากเกิดภาวะฝนตกชุก ผลผลิต มันสําปะหลังเน่าเสียเกือบทุกตํารับ
                  การทดลอง แต่ในปีที่ 2 (2557) ในแต่ละตํารับทดลองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ โดยตํารับทดลอง
                  ที่ 9  (ใช้แถบหญ้าแฝก + กากมันสําปะหลัง อัตรา 2.0 ตันต่อไร่)  และตํารับการทดลองที่ 8  (ใช้แถบหญ้าแฝก +

                  มูลไก่ อัตรา 1.0 ตันต่อไร่) ให้ผลผลิตหัวสดสูงที่สุด เท่ากับ 5,732 และ 5,637 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลําดับ ส่วนตํารับ
                  การทดลองที่ 1  (ไม่ใช้แถบหญ้าแฝก +ไม่ใส่วัสดุปรับปรุงดิน)  และตํารับการที่ 6  (ใช้แถบหญ้าแฝก + ไม่ใส่วัสดุ
                  ปรับปรุงดิน) ให้ผลผลิตหัวสดต่ําที่สุด เท่ากับ 2,378 และ 3,818 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลําดับ น้ําหนักสดส่วนเหนือดิน

                  ในปีที่ 1 (2556) และปีที่ 2 (2557) พบว่า มีความแตกต่างกันทางสถิติ โดยในปีที่ 1 ตํารับการทดลองที่ 3 (ไม่ใช้แถบ
                  หญ้าแฝก + มูลไก่ อัตรา 1.0 ตันต่อไร่) และตํารับการทดลองที่ 8 (ใช้แถบหญ้าแฝก + มูลไก่ อัตรา 1.0 ตันต่อไร่) มี
                  น้ําหนักสดส่วนเหนือดินสูงที่สุด เท่ากับ 2,734 และ 2,385 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลําดับ ในปีที่ 2 ตํารับการทดลองที่ 8
                  (ใช้แถบหญ้าแฝก + มูลไก่ อัตรา 1.0 ตันต่อไร่) มีน้ําหนักสดส่วนเหนือดินสูงที่สุด เท่ากับ 4,423  กิโลกรัมต่อไร่
                  น้ําหนักแป้งมันสําปะหลังในปีที่ 1  (2556) ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ แต่ปีที่ 2  (2557)  พบว่ามีความแตกต่างกัน

                  ทางสถิติอย่างมีนัยสําคัญ โดยตํารับทดลองที่ 9  (ใช้แถบหญ้าแฝก + กากมันสําปะหลัง อัตรา 2.0 ตันต่อไร่)  และ
                  ตํารับการทดลองที่ 4  (ไม่ใช้แถบหญ้าแฝก + กากมันสําปะหลัง อัตรา 2.0 ตันต่อไร่) ให้น้ําหนักแป้งสูงที่สุด เท่ากับ
                  1,735  และ 1,624 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลําดับ ส่วนผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการปลูกมันสําปะหลังในปีที่ 1

                  (2556)  พบว่า ทุกตํารับการทดลอง ให้ผลผลิตที่ต่ํา เนื่องจากเกิดภาวะฝนตกชุก ทําให้หัวมันสําปะหลังเน่า เมื่อ
                  คํานวณรายได้จากการปลูกมันสําปะหลังและนํามาคิดกําไรสุทธิทําให้เกิดภาวะขาดทุน ปีที่ 2  (2557)  เมื่อคํานวณ
                  รายได้จากการปลูกมันสําปะหลัง พบว่า ตํารับทดลองที่ 9 (ใช้แถบหญ้าแฝก + กากมันสําปะหลัง อัตรา 2.0 ตันต่อ
                  ไร่) ทํารายได้สูงที่สุด เท่ากับ 15,189.80 บาทต่อไร่ เมื่อคิดต้นทุนผันแปร พบว่า ตํารับทดลองที่ 10 (ใช้แถบ    หญ้า

                  แฝก+ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง อัตรา 1.0 ตันต่อไร่)  มีต้นทุนผันแปรสูงที่สุด เท่ากับ 17,824.00 บาทต่อไร่ เมื่อนํามา
                  คิดกําไรสุทธิ พบว่า  ตํารับทดลองที่ 9  (ใช้แถบหญ้าแฝก + กากมันสําปะหลัง อัตรา 2.0 ตันต่อไร่) มีกําไรสุทธิสูง
                  ที่สุด เท่ากับ 9,097.00 บาทต่อไร่


                                                              229
   253   254   255   256   257   258   259   260   261   262   263