Page 246 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 246

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                  ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ป 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสูความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                  อิทธิพลของปุยชนิดตางๆ ที่มีผลตอการเจริญเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียว


                  สถานีพัฒนาที่ดินสุรินทร สํานักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 กรมพัฒนาที่ดิน

                  บทคัดยอ


                         จังหวัดสุรินทรประสบภาวะภัยแลง ทําใหเกิดปญหาการขาดแคลนน้ําจากฝนทิ้งชวง สงผลใหผลผลิต
                  และรายไดจากการจําหนายขาวลดลง เกษตรกรจึงคิดหาวิธีเพิ่มรายไดหลังจากการทํานา หันมาปลูกถั่วเขียวซึ่ง
                  เปนพืชที่ใชน้ํานอย มีแนวโนมราคาอยูในเกณฑดี และตลาดมีความตองการสูง สถานีพัฒนาที่ดินสุรินทรจึงได

                  ทําการศึกษาอิทธิพลของปุยชนิดตางๆ ที่มีผลตอการเจริญเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียว โดยมีวัตถุประสงค
                  เพื่อเปรียบเทียบการเจริญเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียวเมื่อใชปุยตางชนิดกัน โดยวางแผนการทดลองแบบ
                  Randomize Complete Block Design (RCBD) แบงเปน 5 กรรมวิธีๆ ละ 4 ซ้ํา ไดแก 1) Control 2) ปุยเคมี
                  สูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัมตอไร 3) ปุยหมัก อัตรา 2 ตันตอไร 4) น้ําหมัก อัตรา 2 ตันตอไรและ

                  5)  น้ําหมัก อัตรา 1  ตันตอไร+ปุยหมัก อัตรา 1  ตันตอไรแตละกรรมวิธีมีขนาดแปลงทดลอง  3×3  เมตร
                  แปลงทดลองอยูภายในศูนยเรียนรูประจําสถานีฯ ดําเนินการระหวางเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม 2560 ใชถั่ว
                  เขียวพันธุผิวมัน เปนพันธุทดลอง ปลูกดวยระยะ 30×50 เซนติเมตร ทําการเก็บขอมูลการเจริญเติบโตมีการ
                  ติดตามผลการทดลองที่อายุ 7 21 45 และ 60 วัน และเก็บขอมูลผลผลิตที่ 70 วัน ผลการทดลอง พบวาการใส

                  ปุยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัมตอไรทําใหถั่วเขียวมีความสูงเฉลี่ยที่ 60 วันหลังปลูกดีที่สุด (34.25
                  เซนติเมตร) และไมมีความแตกตางกันทางสถิติกับปุยหมัก อัตรา 2 ตันตอไร,น้ําหมัก อัตรา 2 ตันตอไร, และ
                  น้ําหมัก อัตรา 1 ตันตอไร+ปุยหมัก อัตรา 1 ตันตอไรสวนการใชน้ําหมัก อัตรา 1 ตันตอไร+ปุยหมัก อัตรา 1
                  ตันตอไร ทําใหน้ําหนักรวมของฝกถั่วเขียวดีที่สุด (26.9 กิโลกรัมตอไร) และไมมีความแตกตางกันทางสถิติกับปุย

                  หมัก อัตรา 2 ตันตอไรจากผลศึกษาพบวากรรมวิธีที่แตกตางกันทําใหถั่วเขียวมีการเจริญเติบโตและผลผลิตที่
                  แตกตางกันไปดวยกรรมวิธีการใสปุยเคมีทําใหการเจริญเติบโตของถั่วเขียวดีที่สุด เนื่องจากปุยเคมีมีธาตุอาหาร
                  ที่เพียงพอตอความตองการของถั่วเขียว และรากของตนถั่วเขียวสามารถดูดธาตุอาหารเหลานี้ไปใชประโยชนได

                  โดยตรง การใชปุยหมักรวมกับน้ําหมักทําใหผลผลิตของถั่วเขียวดีที่สุดเนื่องจากน้ําหมักชีวภาพมีฮอรโมนหรือ
                  สารเสริมการเจริญเติบโตหลายชนิด เชน ออกซิน จิบเบอเรลลิน  ไซโตไคนิน มีกรดอินทรียหลายชนิด เชน กรด
                  แลคติกกรดอะซิติก กรดอะมิโน และกรดฮิวมิก และมีวิตามินบี เชน วิตามินบีสอง ไนอะซีน ทําใหถั่วเขียว
                  สามารถเจริญเติบโตไดดี (ศิริรัตน กาวีเขียว, 2554) ซึ่งปุยหมักและน้ําหมักจะคอยๆ ปลดปลอยธาตุอาหาร
                  ออกมา ไมรวดเร็วเทากับปุยเคมี เพื่อใหการเจริญเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียวมีประสิทธิภาพสูงที่สุดควรมี

                  การใชปุยเคมีรวมกับปุยหมัก และน้ําหมัก นอกจากนี้การไถกลบตนถั่วลงดินยังเปนการปรับโครงสรางดินใหดี
                  ขึ้น และยังเพิ่มธาตุไนโตรเจนใหดินอีกดวย นอกจากจะทําใหการเจริญเติบโตและผลผลิตของถั่วเขียวสูงขึ้นแลว
                  ยังทําใหเกษตรกรลดการใชปุยไนโตรเจน และอาจจะมีผลทําใหผลผลิตขาวของเกษตรกรเพิ่มขึ้นไดในฤดูการ

                  ผลิตตอไป











                                                              218
                                                              207
   241   242   243   244   245   246   247   248   249   250   251