Page 64 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 64
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
บทที่ 5 กำรจัดกำรดินดำน
ดินดาน หรือชั้นดาน หมายถึง ชั้นดินที่อัดตัวแน่นทึบ หรือชั้นที่มีสารเชื่อมอนุภาคของดินมาจับตัว
กันแน่นทึบและแข็งจนเป็นอุปสรรคต่อการชอนไชของรากพืช การไหลซึมของน้ า และการถ่ายเทอากาศ
โดยทั่วไปถ้าพบชั้นดานตื้นกว่า 50 เซนติเมตรจากผิวดิน จะส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชมาก ถ้าพบชั้นดาน
ระหว่างความลึก 50-100 เซนติเมตรจากผิวดิน จะส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชบ้างแต่ไม่มาก และถ้าพบชั้น
ดานอยู่ลึกมากกว่า 100 เซนติเมตรจากผิวดิน ถือว่าไม่มีปัญหาต่อการปลูกพืช (ปราโมทย์ และคณะ, 2556)
5.1 ลักษณะของดินดำน
ชั้นดานเป็นชั้นที่อัดตัวกันแน่น หรือมีสารเชื่อมแข็งเป็นแนวขนานกับหน้าดินที่ความลึก
แตกต่างกันไป จนเป็นอุปสรรคขัดขวางการชอนไชของรากพืช การไหลซึมของน้ า การถ่ายเทอากาศ ส่งผล
ต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของพืชที่ปลูก ชนิดของชั้นดาน แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ
5.1.1 ดินดานที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เป็นชั้นดินที่มีการเชื่อมตัวกันแน่นทึบและแข็ง
เกิดขึ้นโดยการยึดเกาะกันระหว่างอนุภาคของเม็ดดินกับสารเชื่อมต่างๆ ที่มีอยู่ในดิน เช่น สารเชื่อมจาก
เหล็ก อินทรียวัตถุ คาร์บอเนตหรือซิลิกา ชั้นดานดินเหนียว
5.1.2 ดินดานที่เกิดขึ้นจากการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม เกิดจากการอัดแน่นของเนื้อดินจาก
การไถพรวนด้วยเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ในขณะที่ดินมีความชื้นไม่เหมาะสม ดินเปียกแฉะเกินไปและไถ
พรวนที่ระดับความลึกเดียวเป็นประจ า
5.2 วิธีสังเกตพื้นที่ดินดำน
เนื่องจากดินดานเกิดอยู่ชั้นล่างไม่สามารถมองเห็นได้ การจะบอกว่าพื้นที่ใดมีดินดาน
เกิดขึ้นหรือไม่นั้น ในทางวิชาการสามารถเก็บตัวอย่างดินเพื่อตรวจวิเคราะห์ค่าความหนาแน่นรวมของดิน
ถ้ามีความหนาแน่นรวมมากกว่า 1.6 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร แสดงว่ามีชั้นดาน ส าหรับเกษตรกร
สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีง่ายๆ จากการสังเกตคือพื้นที่ดินดานเวลาฝนตกลงมา ถ้าเป็นพื้นที่ราบน้ าจะแช่
ขังอยู่เป็นเวลานาน เนื่องจากน้ าไม่สามารถซึมผ่านลงไปในดินชั้นล่างได้ ถ้าเป็นพื้นที่ลาดเอียง น้ าจะไม่ซึม
ลงไปในดินชั้นล่างแต่จะไหลบ่าไปบนผิวดิน และเกิดการชะล้างพังทลายบนผิวดิน
5.3 แนวทำงกำรแก้ไขปัญหำ
5.3.1 หากพบชั้นดานธรรมชาติอยู่ตื้นกว่า 50 เซนติเมตร จากผิวดิน ควรใช้ประโยชน์เป็น
ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชที่มีระบบรากสั้น และทนต่อสภาพแห้งแล้ง ปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด ปุ๋ย
หมัก หรือปุ๋ยคอกร่วมกับน้ าหมักชีวภาพและปุ๋ยเคมีตามชนิดพืชที่ปลูก หากจะท าการปลูกไม้ผลก็ควรมีการ
ปรับปรุงเฉพาะหลุม
5.3.2 พบชั้นดานธรรมชาติอยู่ระหว่างความลึก 50-100 เซนติเมตร จากผิวดิน เลือกชนิด
พืชที่มีระบบรากตื้นหรือลึกปานกลางมาปลูก โดยมีการปรับปรุงบ ารุงดินด้วยการไถกลบพืชปุ๋ยสดหรือขุด
หลุมปลูกและปรับปรุงหลุมปลูกด้วยปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ร่วมกับน้ าหมักชีวภาพและปุ๋ยเคมี ท าร่องระบายน้ า
ระหว่างแปลงปลูกเป็นช่วงๆ เพื่อช่วยระบายน้ าใต้ดินออกไปจากบริเวณรากพืชและป้องกันโรครากเน่า
สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย 49
กรมพัฒนาที่ดิน

