Page 63 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 63
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
เป็นต้น โดยบนพื้นที่สูงจะช่วยรักษาความชุ่มชื้น เพิ่มอินทรียวัตถุให้กับพื้นที่ ส่วนพื้นที่ตอนกลางจะใช้
ประโยชน์ในการปลูกพืชไร่ หรือพืชอายุสั้น และทนแล้ง ได้แก่ ข้าวฟ่าง งา ถั่ว ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ส่วนพื้นที่ บทที่ 5 กำรจัดกำรดินดำน
ราบหากมีน้ าก็สามารถท านาได้ และพื้นที่ส่วนหนึ่งก็ขุดบ่อเก็บน้ า เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงฝนทิ้งช่วง
4.5.2 กำรจัดกำรด้ำนอนุรักษ์ดินและปรับปรุงควำมสมบูรณ์ของดิน ควรมีมาตรการอนุรักษ์ดิน ดินดาน หรือชั้นดาน หมายถึง ชั้นดินที่อัดตัวแน่นทึบ หรือชั้นที่มีสารเชื่อมอนุภาคของดินมาจับตัว
และน้ า โดยท าแนวชะลอการไหลของน้ า เช่น การท าแนวถนนคันคู ปลูกพืชเป็นแนว ปลูกหญ้าแฝกขวาง กันแน่นทึบและแข็งจนเป็นอุปสรรคต่อการชอนไชของรากพืช การไหลซึมของน้ า และการถ่ายเทอากาศ
ความลาดชัน หรือการไถพรวนขวางความลาดชัน เป็นต้น มีการปลูกพืชคลุมดิน ปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุง โดยทั่วไปถ้าพบชั้นดานตื้นกว่า 50 เซนติเมตรจากผิวดิน จะส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชมาก ถ้าพบชั้นดาน
บ ารุงดิน ส่วนการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยชีวภาพ มีความจ าเป็นอย่างมากในพื้นที่นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความ ระหว่างความลึก 50-100 เซนติเมตรจากผิวดิน จะส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชบ้างแต่ไม่มาก และถ้าพบชั้น
อุดมสมบูรณ์ของดินและสมบัติทางกายภาพของดิน โดยเฉพาะเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ปรับปรุง ดานอยู่ลึกมากกว่า 100 เซนติเมตรจากผิวดิน ถือว่าไม่มีปัญหาต่อการปลูกพืช (ปราโมทย์ และคณะ, 2556)
โครงสร้างดิน เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ าของดินให้ดีขึ้น
4.5.3 กำรจัดกำรเรื่องน้ ำ ในพื้นที่ที่ไม่มีชลประทาน จะต้องมีการจัดการน้ าในพื้นที่ โดยการ 5.1 ลักษณะของดินดำน
ป้องกันการระเหยของน้ า เช่น การใช้วัสดุคลุมดิน การปลูกพืชคลุมดินเพื่อเก็บน้ าฝนลงในดิน ให้ดินเป็น ชั้นดานเป็นชั้นที่อัดตัวกันแน่น หรือมีสารเชื่อมแข็งเป็นแนวขนานกับหน้าดินที่ความลึก
พื้นที่เก็บน้ า ท าคันดินชะลอการไหลของน้ า ท าคันคูรับน้ าเพื่อรวบรวมน้ าลงในบ่อ ซึ่งระบบน้ าที่เหมาะสม แตกต่างกันไป จนเป็นอุปสรรคขัดขวางการชอนไชของรากพืช การไหลซึมของน้ า การถ่ายเทอากาศ ส่งผล
ในการให้น้ าต้องเป็นแบบให้น้ าน้อยแต่บ่อยครั้ง เช่น ระบบสปริงเกอร์ ต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของพืชที่ปลูก ชนิดของชั้นดาน แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ
4.5.4 กำรจัดกำรเฉพำะจุด เป็นการปรับปรุงพื้นที่เร่งด่วนเฉพาะพื้นที่ เช่น บริเวณหลุมปลูก ควร 5.1.1 ดินดานที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เป็นชั้นดินที่มีการเชื่อมตัวกันแน่นทึบและแข็ง
มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก รองก้นหลุม เพื่อให้ดินมีความสามารถในการดูดซับธาตุอาหาร อุ้มน้ าได้มากขึ้น เกิดขึ้นโดยการยึดเกาะกันระหว่างอนุภาคของเม็ดดินกับสารเชื่อมต่างๆ ที่มีอยู่ในดิน เช่น สารเชื่อมจาก
เร่งการเจริญเติบโตของพืชในระยะแรก ท าให้พืชแข็งแรง มีรากหยั่งลึก หาอาหารได้มากขึ้น เหล็ก อินทรียวัตถุ คาร์บอเนตหรือซิลิกา ชั้นดานดินเหนียว
5.1.2 ดินดานที่เกิดขึ้นจากการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม เกิดจากการอัดแน่นของเนื้อดินจาก
4.6 สรุป การไถพรวนด้วยเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ในขณะที่ดินมีความชื้นไม่เหมาะสม ดินเปียกแฉะเกินไปและไถ
ดินลูกรังหรือดินตื้น มีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ า เป็นดินกรด มีชั้นดินกรวดลูกรัง เป็นอุปสรรค พรวนที่ระดับความลึกเดียวเป็นประจ า
ต่อรากพืช ไม่อุ้มน้ า ท าให้ขาดความชุ่มชื้น การใช้ประโยชน์ดินลูกรังขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อม และระดับ
การจัดการเกษตรกรรม นอกจากนี้การใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรจ าเป็นต้องมีการใช้เทคโนโลยี หรือมีการ 5.2 วิธีสังเกตพื้นที่ดินดำน
จัดการดินและพืชที่เหมาะสมด้วย ได้แก่ ชลประทาน การปรับปรุงคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน เนื่องจากดินดานเกิดอยู่ชั้นล่างไม่สามารถมองเห็นได้ การจะบอกว่าพื้นที่ใดมีดินดาน
การรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน การใช้ปุ๋ยในรูปที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อพัฒนาพื้น เกิดขึ้นหรือไม่นั้น ในทางวิชาการสามารถเก็บตัวอย่างดินเพื่อตรวจวิเคราะห์ค่าความหนาแน่นรวมของดิน
ที่ดินลูกรังให้น าไปใช้ประโยชน์ทางเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (ส านักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อ ถ้ามีความหนาแน่นรวมมากกว่า 1.6 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร แสดงว่ามีชั้นดาน ส าหรับเกษตรกร
ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ, 2555) สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีง่ายๆ จากการสังเกตคือพื้นที่ดินดานเวลาฝนตกลงมา ถ้าเป็นพื้นที่ราบน้ าจะแช่
ขังอยู่เป็นเวลานาน เนื่องจากน้ าไม่สามารถซึมผ่านลงไปในดินชั้นล่างได้ ถ้าเป็นพื้นที่ลาดเอียง น้ าจะไม่ซึม
ลงไปในดินชั้นล่างแต่จะไหลบ่าไปบนผิวดิน และเกิดการชะล้างพังทลายบนผิวดิน
5.3 แนวทำงกำรแก้ไขปัญหำ
5.3.1 หากพบชั้นดานธรรมชาติอยู่ตื้นกว่า 50 เซนติเมตร จากผิวดิน ควรใช้ประโยชน์เป็น
ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชที่มีระบบรากสั้น และทนต่อสภาพแห้งแล้ง ปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด ปุ๋ย
หมัก หรือปุ๋ยคอกร่วมกับน้ าหมักชีวภาพและปุ๋ยเคมีตามชนิดพืชที่ปลูก หากจะท าการปลูกไม้ผลก็ควรมีการ
ปรับปรุงเฉพาะหลุม
5.3.2 พบชั้นดานธรรมชาติอยู่ระหว่างความลึก 50-100 เซนติเมตร จากผิวดิน เลือกชนิด
พืชที่มีระบบรากตื้นหรือลึกปานกลางมาปลูก โดยมีการปรับปรุงบ ารุงดินด้วยการไถกลบพืชปุ๋ยสดหรือขุด
ภำพที่ 4.5 ดินตื้น หลุมปลูกและปรับปรุงหลุมปลูกด้วยปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ร่วมกับน้ าหมักชีวภาพและปุ๋ยเคมี ท าร่องระบายน้ า
ระหว่างแปลงปลูกเป็นช่วงๆ เพื่อช่วยระบายน้ าใต้ดินออกไปจากบริเวณรากพืชและป้องกันโรครากเน่า
48 สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

