Page 65 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 65

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                             5.3.3 พบชั้นดานอยู่ลึกมากกว่า 100 เซนติเมตร จากผิวดิน สามารถปลูกพืชได้ทุกชนิด
               โดยมีการปรับปรุงบ ารุงดินตามสภาพปัญหาของดิน และควรระวังเรื่องรากเน่าเมื่อมีฝนตกเป็นปริมาณมาก

               และนานติดต่อกันหลายวัน
                             5.3.4 หากเป็นชั้นดานที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม การจัดการดินต้องมีการ
               ไถระเบิดดินดานโดยใช้ไถสิ่ว หรือที่เรียกว่า Ripper ไถท าลายชั้นดินดาน เมื่อชั้นดินดานถูกท าลาย น้ าฝน
               สามารถไหลซึมลงใต้ดิน ถูกกักเก็บไว้ ท าให้ดินมีความชุ่มชื้น  รากพืชสามารถชอนไชลงไปในดินได้ลึก และ
               ดูดน้ าจากใต้ดินมาใช้ได้ดีขึ้น  อย่างไรก็ตามการไถระเบิดดานเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย จึงไม่จ าเป็นต้องไถ

               ระเบิดทุกปี อาจไถ 3-5 ปีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของดินและวิธีเขตกรรม ดินที่ปลูกมันส าปะหลังอาจไถ
               ระเบิดดินดานปีเว้นปี ส าหรับอ้อยควรไถระเบิดดินดานช่วงรื้อตออ้อย คือ ประมาณ 3-4 ปีต่อครั้ง
               นอกจากนี้การปลูกหญ้าแฝกเพื่อให้รากชอนไชลงไปในดินก็สามารถช่วยท าลายชั้นดานได้เช่นกัน ท าให้เกิด

               ช่องว่างในดินมากขึ้น                                                                                                       ภำพที่ 5.1 สภาพน้ าขังในร่องแปลงมันส าปะหลัง
                             5.3.5 การป้องกันการเกิดชั้นดานใต้ชั้นไถพรวน ควรไถพรวนในขณะที่ดินมีความชื้น
               เหมาะสม ไม่ไถพรวนบ่อยครั้ง หรือไถพรวนขณะที่ดินเปียกเกินไป ใช้ไถสิ่วเพื่อท าลายชั้นดานใต้ชั้นไถพรวน                                      การด าเนินการไถระเบิดดินดานนั้น กรมพัฒนาที่ดินและบริษัทซูกาโนะ ประเทศญี่ปุ่นได้
               และไถสลับกับการใช้ผาล 3 และผาล 7                                                                                          ร่วมมือกันเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาดินดานที่เป็นปัญหาส าคัญในพื้นที่ปลูกพืชไร่ของประไทย โดยมีพื้นที่ที่

                             5.3.6 ปรับปรุงบ ารุงดินด้วยอินทรียวัตถุ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด ร่วมกับน้ าหมัก                     ใช้ท าการทดลอง จ านวน 3 พื้นที่ได้แก่ 1. พื้นที่เกษตรกร บ้านโนนส าราญ หมู่ที่ 9 ต าบลตาดทอง อ าเภอศรี
               ชีวภาพ และปุ๋ยเคมีตามชนิดของพืชที่ปลูก หรือใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน และปลูกพืชที่มีระบบรากลึก                        ธาตุ จังหวัดอุดรธานี ชุดดินปักธงชัย 2. พื้นที่เกษตรกรบ้านโนนพันชาติ หมู่ 8 ต าบลนาข่า อ าเภอมัญจาคีรี
               เป็นพืชหมุนเวียน                                                                                                          จังหวัดขอนแก่น ชุดดินมัญจาคีรี และ 3. พื้นที่เกษตรกรบ้านหนองเม็ก หมู่ที่ 9 ต าบลด่านช้าง อ าเภอบัว
                             5.3.7 การปลูกมันส าปะหลังในพื้นที่ดินดาน ควรไถเบิกดินดานโดยไถ 2 แนว ตัดกันเป็น

               ตารางหมากรุก จากนั้นไถด้วยผาล 3 เพื่อพลิกดิน ก าจัดวัชพืช ทิ้งไว้ 5-7 วัน แล้วไถพรวนด้วยผาล 7 เพื่อ                       ใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ชุดดินจักราช ด าเนินการทดลองกับอ้อยและมันส าปะหลังในระหว่างปี พ.ศ. 2563
                                                                                                                                         - 2564 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิธีการไถระเบิดดินดานที่เหมาะสมต่อการเพิ่มผลผลิตอ้อยและมันส าปะหลัง
               ย่อยดินและกลบรอยเบิกดินดาน ป้องกันการสูญเสียความชื้นจากดิน หากปลูกแบบยกร่อง ให้ยกร่อง                                                   จากการทดลอง พบว่า การใช้เครื่องระเบิดดินดานของซูกาโนะร่วมกับผานไถของซูกาโนะ
               หลังจากพรวนดินแล้ว                                                                                                        สามารถท าลายชั้นดานได้ดีที่สุดในทั้ง 3 พื้นที่ จะเห็นได้จากความหนาแน่นรวมของดินที่ระดับความลึก 0-
                                                                                                                                         20, 20-40, 40-60 เซนติเมตร จากผิวดินมีค่าความหนาแน่นรวม 1.2-1.5 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร ท าให้

               5.4 กำรจัดกำรดินดำนเพื่อปลูกพืชไร่                                                                                        ความยาวรากอ้อยสามารถชอนไชได้ดีมีรากฝอยยาวที่สุดในทั้ง 3 พื้นที่เท่ากับ 39.5, 49.16, 60.37
                             จากเหตุการณ์ที่เกษตรกรผู้ปลูกมันส าปะหลังในอ าเภอเสิงสาง และอ าเภอครบุรี จังหวัด                            เซนติเมตร ตามล าดับ สามารถดูดใช้ธาตุอาหารได้มากกว่าต ารับการทดลองอื่นๆ ส่งผลให้ผลผลิตจ านวนล า
               นครราชสีมา ประสบปัญหาหัวมันส าปะหลังเน่าในพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งของการเกิดหัวมัน                       อ้อยต่อไร่มากที่สุดในทั้ง 3 พื้นที่เท่ากับ 10,086, 10,782, 12,422 กิโลกรัมต่อไร่ ตามล าดับ ส าหรับมัน

               ส าปะหลังเน่ามาจากดินเป็น ดินดาน ถึงแม้ว่าเกษตรกรจะมีการจัดการปุ๋ย พันธุ์พืช น้ า แต่ผลผลิตก็ยังต่ าอยู่                  ส าปะหลัง พบว่า ความยาวของรากฝอยมากที่สุดในทั้ง 3 พื้นที่เท่ากับ 28.87, 36.00, 60.34 เซนติเมตร
               จากข้อมูลส านักบริการและพัฒนาการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน รายงานว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่                         ตามล าดับ สามารถดูดใช้ธาตุอาหารได้มากกว่าต ารับการทดลองอื่น ส่งผลให้ผลผลิตหัวมันสดในทั้ง 3 พื้นที่
               ที่มีโอกาสเกิดชั้นดานจ านวน 13,363,676 ไร่ พบมากในพื้นที่ปลูกมันส าปะหลัง อ้อย และข้าวโพด จาก                             เท่ากับ 4,819, 4,942, 3,649 กิโลกรัมต่อไร่ ตามล าดับ สรุปผลการทดลองได้ว่า การไถระเบิดดินดานท าให้
               ปัญหาดังกล่าวทางกรมพัฒนาที่ดินได้ท าการวิจัยในแปลงเกษตรกรบ้านหนองเม็ก ต าบลด่านช้าง อ าเภอบัว                             ความหนาแน่นของดินลดลงส่งผลท าให้โครงสร้างดินดีขึ้นท าให้รากพืชยาวขึ้น การเจริญเติบโตของพืชดีขึ้น
               ใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา (พื้นที่เกิดปัญหาดินดาน) โดยการไถระเบิดดินดาน พบว่า ท าให้ผลผลิตมัน                                ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยและมันส าปะหลังเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าเครื่องระเบิดดินดานของซูกาโนะและผาน

               ส าปะหลังและอ้อยโรงงานเพิ่มขึ้นจากเดิมได้มากกว่าร้อยละ 20 ท าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปริมาณ                         ไถของซูกาโนะ ท าให้ผลผลิตของอ้อยและมันส าปะหลังสูงกว่าต ารับการทดลองอื่นๆ (จักรพันธ์และคณะ,
               ของผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และยังสามารถแก้ปัญหาดินดานให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันส าปะหลัง อ้อยปลูก และ                             2566)
               อ้อยตอ ได้เป็นอย่างดี (จักรพันธ์, 2562)












              50       สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย

                       กรมพัฒนาที่ดิน
   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70