Page 16 - สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
P. 16
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ความเสื่อมโทรมของดินยังมีสาเหตุตามธรรมชาติ เช่น จากการชะล้างพังทลายโดยน้ า (water 1.4.2 สาเหตุจากการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่เหมาะสม เนื่องจากจ านวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ท าให้มี
erosion) การชะล้างพังทลายของดินโดยลม (wind erosion) ความเสื่อมโทรมทางเคมีโดยปริมาณ การขยายที่ดินท ากินมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าไม้ต้นน้ าล าธารที่มีอยู่เพียง 14
อินทรียวัตถุลดลง การเกิดสภาพความเป็นกรดของดิน (acidification) การเกิดดินเค็ม (salinization) และ ล้านไร่ ซึ่งสภาพภูมิประเทศสูงชัน โดยขาดการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ าที่ดีมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิด
การแปรสภาพเป็นทะเลทราย (desertification) ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ปัญหาการชะล้างพังทลายอย่างรุนแรง ความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลง และขาดแคลนน้ าเพื่อการเกษตร
ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้ง น้ าท่วมขัง (waterlogged) ซึ่งท าให้เกิดการท าปฏิกิริยาแบบไม่ใช้ออกซิเจน 1.4.3 สาเหตุจากภัยพิบัติธรรมชาติ ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระท าของมนุษย์ ความเสื่อม
(Lal, 1994) โทรมของที่ดินในลักษณะนี้จะมีผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศท าให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น (global
climate change) มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศมากขึ้น ท าให้เกิดปัญหาโลกร้อน ภัย
1.3 สถำนกำรณ์ควำมเสื่อมโทรมของทรัพยำกรดินไทย แล้ง ดินถล่ม และน้ าท่วมฉับพลันบ่อยครั้ง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่พื้นที่ที่ประสบภัย และส่งผลกระทบ
ประเทศไทยมีพื้นที่ทั้งหมดรวม 320.69 ล้านไร่ มีการใช้ที่ดินเพื่อท าการเกษตร 131.59 ล้านไร่ ต่อสิ่งแวดล้อมจนน าไปสู่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่ไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้
หรือประมาณ 30 เปอร์เช็นต์ ของเนื้อที่ประเทศ กรมพัฒนาที่ดิน (2540) ได้รายงานไว้ว่า มีพื้นที่ที่มีปัญหา
ดินเสื่อมโทรมประมาณ 224.9 ล้านไร่ หรือร้อยละ 70.13 ของพื้นที่ทั้งประเทศ แบ่งเป็นพื้นที่ที่มี 1.5 ควำมสมดุลของกำรจัดกำรทรัพยำกรที่ดิน (Land Degradation Neutrality: LDN)
อินทรียวัตถุในดินต่ ากว่าร้อยละ 2 ประมาณ 191 ล้านไร่ หรือร้อยละ 60 อินทรียวัตถุในดินต่ ากว่าร้อยละ 1.5.1 นิยามของ LDN : “ความเสื่อมโทรมของที่ดินที่มีสถานะความเป็นกลาง (Land Degradation
1.5 มีประมาณ 98.7 ล้านไร่ โดยแต่ละภาคมีปริมาณอินทรียวัตถุไม่เท่ากัน ส่วนพื้นที่ที่มีการชะล้างพังทลาย Neutrality) คือ สถานะของทรัพยากรที่ดินทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณที่สามารถสนับสนุนการท างาน
ของดินในปี 2538 มีจ านวน 134.51 ล้านไร่ ในขณะที่ปี 2524 มีจ านวนเพียง 107 ล้านไร่ แสดงว่าช่วง บริการของระบบนิเวศ และความมั่นคงทางอาหารยังคงมีสถานะเท่าเดิม หรือเพิ่มขึ้นตามลักษณะพื้นที่ที่
ระยะเวลา 14 ปี มีพื้นที่ถูกชะล้างพังทลายของดินเพิ่มขึ้น 27 ล้านไร่ หรือเท่ากับร้อยละ 20.07 ของพื้นที่ แตกต่างกันในเชิงพื้นที่ เวลา และระบบนิเวศ”
ประเทศ ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติเพราะที่ดินเกิดความเสื่อมโทรมลงจนกลายสภาพเป็นดินที่มีปัญหาทาง “Land Degradation Neutrality is a state whereby the amount and quality of land
การเกษตร resources necessary to support ecosystem functions and services and enhance food security
ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 - 10 ประเทศไทยมีพื้นที่ชลประทานเพียง remain stable or increase within specified temporal and spatial scales and ecosystems”
ร้อยละ 22.30 ของพื้นที่การเกษตรที่มีอยู่ ส่วนที่เหลือเป็นการปลูกพืชที่อาศัยน้ าฝนเป็นหลัก ผลจากการ ซึ่งเป็นแนวคิดในการด าเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 15.3 ตัวชี้วัดที่ 15.3.1
เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ท าให้ภาคอุตสาหกรรมและบริการได้ขยายตัวเข้ามาใช้พื้นที่ที่ จากผลการประชุมคณะกรรมการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย
เหมาะสมเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตชลประทานเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะท าให้สูญเสียที่ดิน ครั้งที่ 2/2559 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 ที่ประชุมมีมติให้ใช้ชื่อภาษาไทยที่เห็นว่าครอบคลุมหลักการ
เพื่อใช้ท าการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นการแก่งแย่งพื้นที่เกษตรกรรมที่ดีๆ ไปอีกด้วย ส่งผลให้การถือครอง และวัตถุประสงค์ของ LDN คือ “ควำมสมดุลของกำรจัดกำรทรัพยำกรที่ดิน” (คณะกรรมการอนุสัญญา
ที่ดินทางการเกษตรของเกษตรกรโดยเฉลี่ยลดลงเหลือครัวเรือนละ 22.44 ไร่ การกระจายการถือครองที่ดิน สหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย, 2559) เป็นการจัดท าเป้าหมายการดูแล
กระจุกตัวอยู่ในมือเจ้าของที่ดินเพียงไม่กี่ราย โดยเกษตรกรมากกว่าครึ่งถือครองที่ดินต่ ากว่า 20 ไร่ต่อ ฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของที่ดินไม่ให้เกิดความเสื่อมโทรมเพิ่มขึ้น
ครัวเรือน และร้อยละ 27.44 เป็นเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นปัญหาส าคัญที่เรื้อรังมาเป็น จากเป้าหมายที่ 15.3 ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งก าหนดให้การพัฒนาจะต้องบรรลุตาม
เวลานาน รวมทั้งการบริหารจัดการน้ าที่ไม่เหมาะสมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อ เป้าหมายความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน (LDN) ภายในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ก าหนด
การผลิต และรายได้ของเกษตรกร ทิศทางการด าเนินงานของอนุสัญญาที่ส าคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยการด าเนินงาน LDN มี
ความสัมพันธ์กับประเด็นหลัก 2 เรื่อง ดังนี้
1.4 สำเหตุควำมเสื่อมโทรมของที่ดินเพื่อกำรเกษตร 1) สัมพันธ์กับการเข้าร่วมโครงการน าร่อง LDN จะช่วยพัฒนาศักยภาพในการวิเคราะห์และ
ปัจจุบันทรัพยากรดินมีความเสื่อมโทรมในระดับที่สูงขึ้น โดยสาเหตุที่ท าให้เกิดความเสื่อมโทรมอาจ ประเมินข้อมูลความเสื่อมโทรมของประเทศ โดยจะประเมินข้อมูลจากฐานข้อมูลในระดับโลกมาสู่
จ าแนกได้ดังนี้ ระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการด าเนินงานในระดับประเทศ เพื่อน าปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจาก
1.4.1 สาเหตุที่เกิดจากสมบัติของดินเอง ซึ่งครอบคลุมถึงความเสื่อมโทรมของดินทางด้านกายภาพ ฐานข้อมูลในระดับโลก มาช่วยในการประเมินการก าหนดเป้าหมาย LDN เพื่อให้มีความละเอียดและถูกต้อง
ทางเคมี และทางชีวภาพ เช่น ดินทราย ดินเปรี้ยว เป็นต้น ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ดินเค็ม มีวัตถุต้นก าเนิดจาก มากขึ้น ทั้งนี้ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2564) มีประเทศที่เข้าร่วมในโครงการ LDN Target Setting จ านวน 127
หินเกลือ (rock salt) ที่มีเกลือเป็นองค์ประกอบอยู่ เมื่อหินสลายตัวจึงท าให้เกิดดินเค็มจัด สูญเสียสมดุลธาตุ ประเทศ (United Nations Convention to Combat Desertification, 2021a)
อาหาร อินทรียวัตถุต่ ามาก โครงสร้างทางกายภาพของดินแน่นทึบ ปลูกพืชไม่ได้ผล เพราะมีปัญหาความ 2) สัมพันธ์กับการจัดท าแผนปฏิบัติการแห่งชาติอนุสัญญา UNCCD โดยอนุสัญญาฯก าหนดให้
เป็นพิษจากเกลือ ประเทศภาคีสมาชิกน าเป้าหมาย LDN ตัวชี้วัดและกิจกรรมในการจัดการที่ดินมาผนวกในแผนปฏิบัติการ
แห่งชาติของอนุสัญญา UNCCD
4 สถานภาพและการจัดการดินเสื่อมโทรมในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

