Page 26 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 26
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ภาพที่ 2.3 การวางระบบการพัฒนาที่ดินในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด
8) การประเมินผล การที่ระบบการพัฒนาที่ดินจะมีประโยชน์ต่อประชาชน จะต้องมีการประเมินผล
ของความสำเร็จหรือข้อผิดพลาดของระบบการพัฒนาที่ดินที่ได้ปฏิบัติในพื้นที่นั้นๆ เพื่อที่จะปรับแผนให้มี
ประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ จะประเมินในแต่ละช่วงระยะเวลาการทำงานของแผนและประเมินผลหลังจากแผนเสร็จ
สิ้นเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะเป็นข้อมูลพื้นฐานให้ผู้ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะหน่วยงานเดิมที่รับผิดชอบจะ
ได้ทำการปรับปรุงในการวางระบบฯ ในโครงการอื่นๆ ต่อไป
2.3.2 เทคโนโลยีและนวัตกรรมปรับปรุงดินเปรี้ยวจัด
นอกจากวางแผนการวางระบบการพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินได้ศึกษา วิจัย และค้นคว้านวัตกรรมและ
เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการปรับปรุงดินเปรี้ยวจัด โดยยึดหลักว่าต้องเป็นวิธีที่ปฏิบัติได้ง่าย ลงทุนต่ำ ให้
ผลตอบแทนสูง และเกษตรกรยอมรับนำไปปฏิบัติและเกิดความยั่งยืนในการใช้ประโยชน์พื้นที่ทำการเกษตรด้วย
การบูรณาการวิธีการต่างๆ เข้าด้วยกัน เช่นการปรับปรุงดินโดยการใช้วัสดุปูนชนิดและอัตราที่เหมาะสม การใช้ถ่าน
ชีวภาพ การใช้ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ และการใช้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เพื่อเพิ่มความเป็นประโยชน์ของ
ธาตุอาหารดิน เป็นต้น
1) การใช้วัสดุปูนทางการเกษตร
(1) ประเภทของวัสดุปูนทางการเกษตร
(i) ปูนในรูปคาร์บอเนต (carbonate)
- หินปูน (limestone) คือหินชั้นหรือหินตะกอนที่ประกอบไปด้วยแคลเซียม
คาร์บอเนต (CaCO3) เป็นส่วนใหญ่ นิยมนำมาบดเป็นวัสดุก่อสร้าง ทำถนน และใช้ในการผลิตซีเมนต์ หินปูนที่
บดละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหากรดในดินนั้น พบว่าหินปูนฝุ่นเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงที่สุด มีค่าสมมูลแคลเซียม
คาร์บอเนต (calcium carbonate equivalent: CCE) ของหินปูนประมาณ 75 - 99 เปอร์เซ็นต์
- คัลไซต์ (calcitic limestone) องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นแคลเซียมคาร์บอเนต
(CaCO3) ที่อยู่ในธรรมชาติ คัลไซต์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของหินปูน หินอ่อน และชอล์ค มีค่าสมมูลแคลเซียม
คาร์บอเนตอยู่ระหว่าง 60-100 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่าเล็กน้อย
14 สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
กรมพัฒนาที่ดิน

