Page 132 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 132

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





            8.3 โครงการศึกษาทดลองการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้าน
            นา จังหวัดนครนายก























                   “ดินที่เปรี้ยว ก็คือที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นจังหวัดที่ชื่อนครนายก ไม่ใช่ นายกรัฐมนตรี

            เป็นนายก คือว่านาเขายกภาษี เพราะว่าทุกปีผลผลิตจะไม่ได้ตั้งแต่สมัยเก่า แต่ถ้าหากว่าทำดินให้หายเปรี้ยว หรือ
            หาวิธีที่จะทำกสิกรรมในที่ดินเปรี้ยวอย่างดี อย่างไรผลก็จะเป็นจังหวัดอาจเปลี่ยนชื่อจังหวัดเป็นนาสมบูรณ์ ที่
            นครนายกมีที่เป็นแสนไร่ ก็นายก  ทั้งนั้น ถ้าสามารถที่จะทำการทดลองและเป็นตัวอย่าง เข้าใจว่าอาจทำให้คนมี
            รายได้เพิ่มขึ้น เพราะว่าทางภาคใต้ได้ทำที่จังหวัดนราธิวาส เป็นพรุได้ชื่อว่าเปรี้ยวแท้ๆ ได้ทำโครงการ สามารถที่จะ
            ปลูกข้าวและทำกสิกรรมในที่พรุแท้ๆ โดยใช้วิธีขุดสระและกรุด้วยหินปูนและใส่หินฝุ่นเข้าไปเพื่อให้น้ำไม่เปรี้ยว แล้ว

            ส่งไปตามคลองตามท่อก็ได้ผล จนกระทั่งเห็นว่าชาวบ้านที่ตรงนั้น หมู่บ้านแถวนั้นเคยจนไม่มีกิน บัดนี้เริ่มยิ้มแย้ม
            แจ่มใสเพราะทำกสิกรรมได้ผล”
                         พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

                                                                                    เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2541

                   เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2540 และ 27 ตุลาคม 2540 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระบาทสมเด็จพระ
            บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชกระแสกับ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

            เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา
            ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นที่มาของโครงการการศึกษาทดลอง
            การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา ตั้งอยู่ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา
            จังหวัดนครนายก มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 120 ไร่ จากการศึกษาดินในพื้นที่โครงการฯ พบว่า ดินเป็นดินเปรี้ยวจัด

            วัดค่าพีเอชดิน และน้ำใต้ดินได้น้อยกว่า 4.0 มีสารประกอบเหล็กและอะลูมินัมละลายออกมามากจนเป็นพิษต่อพืช
            ที่ปลูก และทำให้พืชไม่อาจดูดธาตุอาหารได้ดี โดยเฉพาะธาตุฟอสฟอรัส จากการผลการดำเนินงาน พบว่าการใช้
            น้ำฝนชะล้างน้ำเปรี้ยวออกจากบ่อที่ขุดในดินเปรี้ยวจัดทำได้ค่อนข้างยาก ถึงแม้ว่าจะถ่ายน้ำออกไปถึง 13 ครั้ง
            ความเปรี้ยวของน้ำก็ยังไม่ลดลง การใส่วัสดุปูนและปุ๋ยยูเรียลงไปในน้ำเพียงเล็กน้อยไม่อาจทำให้สาหร่ายขึ้นได้ และ

            ถ้าปล่อยทิ้งไว้น้ำจะกลับมาเป็นกรดจัดเหมือนเดิม ค่าพีเอชของน้ำที่วัดได้นั้น ปัจจุบันจะอยู่ประมาณ 3.7-4.0







             120       สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   127   128   129   130   131   132   133   134   135   136   137